สองขาสองล้อบนหลังอานจากน่านสู่หลวงพระบาง
เที่ยวไปทั่ว..กับลานนาทัวร์ริ่ง
• ลานนาทัวร์ริ่ง LannaTouring
• ใบอนุญาตเลขที่ 21/00574
Tel : (HOT LINE)
086-3453730, 087-5793337
LINE No.
083-761 7040, 084 - 335-7175
Email/Skype
lannatouring@hotmail.com
เที่ยวกับลานนาทัวร์ิ่ริ่ง
• หน้าแรก ลานนาทัวร์ริ่ง
• ทัวร์โปรโมชั่น 2557
• ทีมงานลานนาทัวร์ริ่ง
ทัวร์โปรโมชั่น(แนะนำ)
• ทัวร์น่าน-หลวงพระบาง
(เส้นทางสายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบาง
(ผ่านเส้นทางน่าน-สายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบางเส้นทางน่าน
• เส้นทางหลวงพระบางทางน่าน
• ล่องเรือหลวงพระบางทางน่าน
• เที่ยวน่านหลวงพระบางทางรถ
ข้อมูลท่องเที่ยวน่าน
•เที่ยวน่านเมืองเก่า วัดภูมินทร์
•เที่ยวดอยภูคา หนองบัว ไทลื้อ
•เที่ยวห้วยโก๋นชายแดนลาว
•เที่ยวบ่อเกลือ เกลือภูเขา
•เที่ยวล่องแก่งน้ำว้าน่าน
•เทียวผาชู้ ดอยเสมอดาว
เที่ยวน่านกับ อสท.
ท่องเที่ยวน่านกับนิตยสารอสท.
• สองน่องท่องเมืองแฝด
น่านหลวงพระบาง
• ทางภูเขาเรื่องราวเมืองน่าน
• ภูเข้วิถีแห่งขุนเขา
ข้อมูลท่องเที่ยวไทย
ท่องเที่ยวไทยกับททท.
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
• ข้อมูลท่องเที่ยว ลาว
• ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา

สองขาสองล้อบนหลังอานจากน่านสู่หลวงพระบาง

อธิชา ชื่นใจ...เรื่อง
อดุล ตัณฑโกศัย...ภาพ

ในบรรดา 10 ชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังจะรวมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเชียนหนึ่งเดียวนั้น ประเทศที่ดูจะพูดจากันเข้าใจและผูกพันใกล้ชิดกันกับไทยเรามากที่สุดคงหนีไม่พ้นเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ไม่ใช่เพียงแค่ภาษาที่ใกล้เคียงจนสามารถสื่อสารกันได้แบบไม่ต้องใช้ล่ามแปล หากแต่วัฒนธรรมประเพณีหลายอย่างยังคล้ายกันจนเกือบจะแยกไม่ออก ความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศตลอดจนดินแดนที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดติดกัน ก่อให้เกิดเป็น..เมืองคู่แฝดขึ้นหลากหลาย ต่างกรรมต่างวาระ และหนึ่งในบรรดานั้นก็คือ “เมืองน่านและเมืองหลวงพระบาง” เมืองคู่แฝดที่ผูกพันกันด้วยวัฒนธรรมอันคลับคล้าย

เมืองน่าน เมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาไม่ต่างจากเมืองหลวงพระบาง แม้จะไม่ได้รับการยกย่องให้อยู่ในฐานะเมืองมรดกโลก แต่ก็เป็นเมืองมรดกไทยล้านนาตะวันออกที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เมืองน่านในอดีตเป็นเมืองกว้างขวางที่ได้รับมอบหมายจากกรุงรัตนโกสินทร์ให้เฝ้าดูแลเมืองหลวงพระบางอย่างใกล้ชิด และอาณาเขตในอดีตของเมืองน่านนั้นก็ต่อเขตกับหลวงพระบางชนิดมีลำแม่น้ำโขงกั้นขวาง แม้ปัจจุบันเมืองน่านกับเมืองหลวงพระบางจะเหมือนอยู่ห่างจากกันนับได้เป็นร้อยกิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์นานเป็นวันก็ตาม

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างเมืองคู่แฝดทั้งสอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ จึงจัดกิจกรรมสองล้อสองแผ่นดินของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยง AEC มีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน จักรยาน Totem โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด วินไซเคิล และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ร่วมสนับสนุน

นัดพบที่ปัว ก่อนออกจากชายแดนที่ห้วยโก๋น

เพราะจุดผ่านแดนถาวรบ้านห้วยโก๋น หรือด่านพรมแดนห้วยโก๋น-น้ำเงิน อยู่ห่างจากเมืองน่านนับร้อยกิโลเมตร ทั้งยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนาในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าในเขตชายแดน ที่นี่จึงจะมีบรรยากาศครึกครื้นเฉพาะในวันที่มีตลาดนัดฝั่งไทย เพราะพ่อค้าแม่ขายชาวลาวจากเมืองเงินฝั่งตรงข้ามจะพากันมาซื้อสินค้าจากไทยเพื่อนำไปขายในเขตเมืองของตนต่อไป

อีกทั้งบ้านห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ฝั่งไทย ก็ยังเป็นอำเภอชายแดนรกร้าง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ รองรับนักท่องเที่ยว มีเพียง อำเภอปัว ที่อยู่ห่างไปราว 80 กิโลเมตร ที่พอจะมีที่พักดีๆรองรับ จึงกลายเป็นสถานที่นัดพบที่ใกล้และสะดวกที่สุดสำหรับสมาชิกนักปั่นและทีมงานกว่า 40 ชีวิต ที่จะพากันมาร่วมทีมปั่นจักรยานข้ามไปคราวนี้

แม้จะมีการส่งรายละเอียดตารางการเดินทางให้กับทุกคนล่วงหน้า ตั้งแต่ตัดสินใจร่วมทาง หากแต่หนทางจริงที่มีข้อมูลอัปเดต ณ ปัจจุบันยังคงต้องอาศัยคนในพื้นที่ที่เข้านออกออกในระหว่างสองเมืองคู่แฝดบ่อยครั้งกว่าเป็นผู้ให้ข้อมูล เพราะเส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา แม้วันนี้จะมีสภาพดีขึ้นจากวันวาน ทว่ายังเรียกได้ว่าหนักหนาสำหรับการใช้สองเท้าปั่นสองล้อ ทีมงานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่านที่จัดนำเที่ยวระหว่างน่านและหลวงพระบางในหลากรูปแบบอยู่เสมอ จึงทำหน้าที่บอกเล่าเส้นทางการเดินทางในแต่ละวันแบบคร่าวๆ ก่อนจะเน้นหนักข้อมูลวันแรกเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม

สิ่งที่ทุกคนรับทราบเหมือนกันคือ จะมีทีมเซอร์วิสซึ่งมีพร้อมทั้งรถตู้และรถกระบะ สำหรับขนทั้งคนและรถจักรยานหากว่านักปั่นคนใดคนหนึ่งเกิดปั่นไม่ไหว หรือถูกทิ้งห่างจากกลุ่มมากเกินไป ขณะที่นักบิดอีกสองคนจะคอยดูแลส่วนำและท้ายขบวน โดยมีนักปั่นแรงดีจาก ทีมงานน่านอาสาเป็นหัวขบวนนำหน้าเพื่อนร่วมทางจากทั่วประเทศ ผู้ตัดสินมาปั่นกันบนเส้นทางนี้ล้วนมีเหตุผลในใจคือเพราะหลงเสน่ห์เมืองมรดกโลกอย่างหลวงพระบางเป็นอันดับแรก

หลังทบทวนกฎกติกามารยาทสำหรับทริปจักรยานน่าน-หลวงพระบางที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเรียบร้อย จักรยานทั้งหมดที่ต่างคนต่างขนมาประกอบร่างจนสมบูรณ์ ก็ถูกทีมงานทยอยนำขึ้นท้ายรถบรรทุกหกล้อเรียงเป็นระเบียบ เพราะจุดหมายแรกที่ด่านพรมแดนห้วยโก๋น-น้ำเงินนั้น ถูกย่นระยะเวลาเดินทางให้สั้นลงด้วยการขึ้นรถตู้เพื่อทำพิธิเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เพราะแม้การปั่นวันแรกจะมีระยะทางกว่า 40 กิโลเมตรและถนนก็ได้มาตรฐาน อีกทั้งได้ชื่อว่าดีที่สุดใน สปป.ลาว แต่ขุนเขาทีกั้นขวางอยู่เบื้องหน้าก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ ที่กว่าทุกคนจะผ่านไปได้คงไม่ยากนัก

ทดสอบใจ ห้วยโก๋น-หงสา
ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านห้วยโก๋น เครื่องคอมพิวเตอร์ตรวจคนเข้าเมืองที่มีกล้องถ่ายภาพแบบเดียวกับทีสนามบินเพิ่งได้รับการติดตั้ง ขณะที่อาคารสถานที่ถาวรอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ นักปั่นทุกคนจึงต้องยื่นพาสปอร์ตด้วยตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะกลับมาทำพิธิเปิดอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นจึงค่อยแยกย้ายไปกับจักรยานคู่ใจที่จะผจญภัยไปด้วยกัน 3 วันบนเส้นทางสู่หลวงพระบาง
จากด่านตรวจคนเข้าเมือง ลงเนินแล้วขึ้นไปอีกเล็กน้อยก็จะถึงด่านเมืองเงิน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว จากที่ขี่ผ่านด่านไทยมาถึงด่านของฝั่งลาวทุกคนจะต้องเข็นจักรยานผ่านด่านแทน จนกระทั่งผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย จึงค่อยได้ขึ้นหลังอานอีกครั้ง แต่ไปเพียง 3 กิโลเมตรในเขตเมืองเงินก็ได้รับการต้อนรับด้วยเฝอ หรือก๋วยเตี๋ยวที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากเวียดนามเป็นมื้อเที่ยงแบบเบาๆ ที่มาไวก่อนเวลาเล็กน้อย เพื่อเติมพลังก่อนจะได้เจอกับของจริงบนถนนสายที่ดีที่สุดใน สปป.ลาวต่อไป

เหตุผลที่ที่ถนนสายนี้ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดใน สปป.ลาว และออกจะดีกว่าถนนหลายร้อยสายในเมืองไทยด้วยซ้ำ เป็นเพราะเส้นทางสายนี้มุ่งตรงไปสู่เมืองหงสา ที่ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา ซึ่งบริษัทไฟฟ้าจากไทย คือบริษัทบ้านปู ไปลงทุนโดยมีรัฐบาลลาวเป็นหุ้นส่วน ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง การขนส่งอุปกรณ์หนักในการก่อสร้างจากฝั่งไทยจึงจำเป็นต้องมีถนนที่ได้มาตรฐานมารองรับ ก่อนทึ่จะสร้างโรงไฟฟ้าจึงต้องตัดถนนเส้นนี้ใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน การท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกันจึงได้รับอานิสงส์ไปพร้อมกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อเทียบกับเส้นทางทั้งหมดก็ตาม
ถนนสองเลนจากนี้ไปราดยางมะตอยอย่างดี มีไหล่ทางไว้ให้หลบหลีแบบไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเฉี่ยวชนได้ง่ายๆ ถนนดีมีชัยไปกว่าครึ่งก็จริง หากทว่าเส้นทางจากชายแดนห้วยโก๋น-น้ำเงิน เรื่อยไปจนถึงหลวงพระบางนั้นกลับเป็นเส้นทางขึ้นเขาเกือบทั้งหมด โดยมีจุดสูงสุดอยู่ที่จุดชมวิวโรงไฟฟ้าหงสาที่มีลิกไนต์ซึ่งมีมากในบริเวณนี้เป็นเชื้อเพลิงหลัก การที่ต้องปั่นสองล้อไปตามถนนที่คดโค้งไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ ทำเอาหลายคนเริ่มเปลี่ยนจากถีบมาเป็นเข็น เมื่อเปลี่ยนเกียร์เบาที่สุดแล้วก็ยังไปต่อไม่ไหว เพราะทางโค้งขึ้นที่มองดูราวกับไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ก่อนจะตัดสินใจยอมให้ทีมบริการจักรยานขึ้นท้ายรถ เพราะจะได้ไปให้ทันเพื่อนน่องเหล็กที่ล่วงหน้าไปไกลหลายกิโลเมตร แต่ใช่ว่าระยะทางวันแรกจะโหดร้ายไปตลอด เพราะหลังจากที่แวะชื่นชมโรงไฟฟ้า ณ จุดชมวิว ทางเริ่มจะลาดลงและมีเนินขนาดเล็กบ้างเป็นระยะ ๆ ก่อนจะลาดลงสู่เมืองหงสาที่อยู่เบื้องล่าง และมีทางราบเป็นบางช่วงให้ได้พักชมนกชมไม้ไปสบายๆ

ชื่อเมือง”หงสา” ที่เหมือนกับกับหงสาวดีของเมียนมาทำให้หลายข้องใจจนพานคิดไปว่าเกี่ยวกันแต่หนหลัง แต่บางคนบอกว่าเมืองเล็กๆ ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของแขวงไชยะบุรีแห่งนี้ มีชื่อว่าหงสาเพราะครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ที่นี่เคยมีหงส์มาอาศัอยู่เป็นจำนวนมา โดยครอบครองพื้นที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงทางตอนเหนือทั้งหมด แม้ชื่อจะไปพ้องกับเมียนมา แต่หากมองหาเมืองคู่แฝดที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ก็คงต้องมองไปที่ความเป็นเมืองแห่งชุมชนคนเลี้ยงช้างที่ยังผูกพันกันไม่แตกต่างจากจังหวัดสุรินทร์ทางภาคอิสานของไทย โดยที่เมืองหงสานี้จะมีงานใหญ่ประจำปีเป็นงานช้างที่ใหญ่จริงๆ เพราะช้างกว่า 100 เชือกกับคนเลี้ยงช้างจะมารวมตัวกันจัดการแสดงต่างๆ นานา นั่นเป็นเหตุการณ์ในวันก่อนๆ หากในวันนี้ งานบุญช้างของเมืองหงสาปรับเปลี่ยนไป กลายเป็นงานบุญช้างไชยะบุรี ไชยะบุรีเมืองต้นสังกัดของเมืองหงสา ซึ่งจะจัดงานขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นงานยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศในสมัยก่อนจะทยอยกันจัดในระหว่างสามเมืองคือ หงสา ไชยะบุรี และปากลาย เมืองละปี แต่ในวันนี้จะจัดขึ้นในที่เดี่ยวกันทุกปี คือที่เมืองไชยะบุรี ศูนย์กลางของแขวง
เพราะฉะนั้น หากจะมองหาเมืองคู่แฝดอีกสักคู่ จะนับเอาเมืองไชยะบุรีไปคู่กับเมืองที่มีการเลี้ยงช้างมากมายเป็นล่ำเป็นสันอย่างลำปางในภาคหนือ หรือสุรินทร์ในภาคอิสาน ก็น่าจะหมาะสมกันดี เพียงแต่ดูจะห่างกันไปสักหน่อยเท่านั้น คณะเราจบเส้นทางวันแรกที่เมืองหงสาเวลาบ่ายแก่ ๆ ชาวจักรยานเหน็ดเหนื่อยและไม่มีเวลาที่จะไปเที่ยวชมเมืองหงสาหรือไปเที่ยวชมโรงไฟฟ้าหงสา ประกอบกับหนทางที่จะต้องเจอในวันถัดไปซึ่งโหดเป็นสองเท่า ส่งสัญญาณให้ต้องพากันแยกย้ายกันพักผ่อนร่างกายเป็นการดีที่สุด

100 กิโลเมตรวัดใจ หงสา-ไชยะบุรี
เช้าตรู่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เมืองหงสาอากาศยังชื้นเย็น คณะนักปั่นลุกขึ้นมาเตรียมพร้อมเดินทางฝ่าสายลมเย็น เส้นทางคดโค้งเริ่มท้าทายด้วยเนินเตี้ยๆ หลังออกจากเมือง ก่อนจะตัดผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านใหม่เอี่ยมที่อพยพมาจากพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า หมู่บ้านดูไม่ต่างจากบ้านจัดสรรทั่วไปที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ชีวิตชาวไร่ชาวนาของคนที่นี่คงจะเปลี่ยนแปลงไป แต่นั่นคือสิ่งที่ผู้ปกครองประเทศเลือกสรรแล้ว และการเมืองแบบของ สปป.ลาว ก็ไม่เอื้อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอะไรมากมายนัก

พ้นผืนนานั้นไม่มีเนินเตี้ยๆ ให้ได้สัมผัสอีกต่อไป บนเส้นทางที่สอบแคบลงกว่าเดิม ทางลาดชันที่แม้แต่รถขับเคลื่อนสี่ล้อยังคำรามเสียงลั่น ทำให้หลายคนต้องยอมยกธงเอาจักรยานขึ้นรถอีกครั้ง ไม่ไช่ว่าถอดใจ แต่เพราะเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เตือนอย่างต่อเนื่องถึงการเต้นเร็วเกินกว่าปกติ จึงได้เปลี่ยนใจจากหลังอานมานั่งกินลมชมวิวคอยส่งเสียงเชียร์เพื่อนผู้ท้าสู้ความสูงชันแทน แม้ถนนจะแคบลงกว่าช่วงแรก และคำเตือนที่ต้องท่องไว้ในใจว่าจะต้องขี่ชิดขวาเท่านั้นตามกฎจราจรของ สปป.ลาว เพราะมักจะมีรถวิ่งสวนไปมาเป็นระยะ ๆ จะเป็นอุปสรรคให้การขึ้นเนินไม่สามารถใช้เทคนิคขี่ซิกแซกได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะยอมแพ้ เพราะยังมีนักปั่นน่องเหล็กแนวหน้ากว่า 10 คนที่ยังพร้อมเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่ต้องการจะแข่งขันชิงรางวัลชนะเลิศ แต่เป็นการแข่งกับตัวเองว่าจะสามารถผ่านพ้นความยากลำบากของเส้นทางนี้ไปได้หรือไม่

ทว่าขุนเขาที่ทอดตัวยาวขวางกั้นระหว่างเมืองหงสากับเมืองไชยะบุรีนั้นดูราวกับจะไม่มีจุดสิ้นสุด เพราะแม้จะแวะเติมพลังตอนเที่ยง ณ จุดที่คิดว่าอยู่สูงที่สุดแล้ว แต่เมื่อมองไปรอบๆ นั้นกลับเป็นเพียงภาพลวงตา หลังจากฟินกับการลงเนินซึ่งเป็นเสมือนของขวัญชิ้นใหญ่ได้ไม่นาน ทางโค้งขึ้นเนินแบบไม่มีที่สิ้นสุดก็กลับมาทักทายอีกครั้ง ต้องขึ้นเขาสูงกันอีกแล้ว ช่วง 30 กิโลเมตรสุดท้าย เพราะทีมงานแจ้งมาว่าไม่มีเนินสูงมาท้าทายความสามารถมากนัก ทีมงานเสือฯ น่ารักจึงกลับลงมาอยู่บนเส้นทางอีกครั้ง แต่ทันทีที่เริ่มออกตัวยังไม่ทันถึงกิโลเมตรแรก เสาไฟฟ้าที่ดูจะอยู่สูงขึ้นไปบนเขาอีกลูกคือเนินคดเคี้ยวที่ต้องไต่ขึ้นไป คาดคะเนระยะทางได้เกือบ 2 กิโลเมตร หลังอานจึงโล่งใจอีกครั้ง โดยมีเจ้าของค่อยๆ เข็นขึ้นไปหาจุดหยุดพักเพื่อให้หัวใจที่แต้นแรงเกินกำหนดได้มีเวลาพัก จนช่วงราว 8 กิโลเมตรสุดท้ายจะไปถึงใจกลางเมืองไชยะบุรี ทางจึงค่อยเปลี่ยนเป็นทางขึ้นเนินเตี้ยสลับกับทางลงให้ได้ปั่นแบบสบายตามชื่อโครงการอีกครั้ง

เมืองไชยะบุรี แขวงไชยะบุรีในอดีต เป็นเมืองเล็กตรงสี่แยกการเดินทางทางบกระหว่างเมืองสำคัญๆต่าง ๆ ในแขวง ซึ่งประกอบด้วยเมืองต่างๆ เช่น เมืองปากลาย เมืองริมแม่น้ำโขง ซึ่งเคยเป็นอดีตศูนย์กลางการปกครองของสยาม ฝรั่งเศสผู้ปกครองลาวสมัยอาณานิคมตั้งใจยกเมืองเอกของแขวงจากเมืองปากลายหลบเข้ามาในดินแดนของลาวให้มากขึ้น จึงเป็นเมืองไชยะบุรี ซึ่งเคยเป็นเมืองน้อยที่ได้รับรางวัลนั้นไป ยังมีเมืองหงสา เมืองเงิน สองเมืองเราเพิ่งเดินทางจากมา เมืองบ่อแตน เมืองแก่นท้าว สองเมืองใหญ่อีกแห่งที่ด้านชายแดนเมืองเลย และสุดท้าย เมืองเพียง เมืองแห่งทุ่งราบและธัญญาหารที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ สปป.ลาว ที่หาทุ่งราบได้ยากเย็น และเพราะความเป็นเมืองเอกของแขวง เมืองไชยะบุรีจึงเป็นชุมชนแห่งชนชั้นรัฐการของ สปป.ลาว จึงทำให้ที่นี่มีความรุ่งเรืองคึกคัก มีโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ย่านเศรษฐกิจที่ทำการภาครัฐต่าง ๆ หลากหลาย แต่ที่เราสนใจที่สุดในวันนี้ก็คือ บรรดาร้านปิ้งย่างนั่งยองส่งกลิ่นคละคลุ้งหอมฉุยเชิญชวน ที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมืองที่เคยเป็นเมืองน้อย แต่รุ่งเรืองขึ้นในสมัยอาณานิคมฝรั่งเศสแห่งนี้

130 กิโลเมตรสุดท้าย สู่หลวงพระบาง
พักแรมสบาย ๆกันอีกคืน ระยะทาง 100 กิโลเมตาจากเมืองหงสา มายังไชยะบุรี เป็นเส้นทางช่วงต้นที่โหดที่สุดสำหรับทริปนี้ แต่ใช่ว่าเส้นทางอีก 130 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนเข้าสู่หลวงพระบางจะเป็นทางเรียบให้ได้ปั่นกันชิวชิว จากไชยะบุรีมีเส้นทางภูเขาสูงให้ทีมงานของเราต้องพิชิตให้ได้อีก 2 เส้นทางกด้วยกัน คือ เส้นทางสู่เมืองนานและเส้นทางสุ่เมืองเชียงเงิน ก่อนที่จะลงสู่ทางราบเข้าสู่เมืองหลวงพระบาง

เพียงแค่เริ่มออกจากเมืองไชยะบุรีมุ่งหน้าสู่บ้านเดื่อ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 10 กิโลเมตร ตรงจุดที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงฝีมือของเกาหลีเพิ่งเสร็จสมบูรณ์ไม่นาน ก็มีเนินขึ้นลงให้ได้ออกแรงเป็นช่วงๆ แม้ว่าจะไม่หนักหนานัก ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอด 2 วันก็ทำให้แข้งขาเริ่มติดขัดเมื่อต้องเจอเนินขึ้นลงรอบแล้วรอบเล่า สะพานข้ามแม่น้ำโขงบ้านท่าเดื่อเป็นจุดผ่อนคลายสบาย ๆ บนเส้นทางที่ทำให้เราต้องหยุดถ่ายภาพกันเป็นพิเศษ จากตรงนี้ไปก็เป็นทางขึ้นเนินช่วงแรกที่นำเข้าสู่เมืองนาน ท่าทางทีมงานจักรยานเราจะต้องใช้เวลาปีนขึ้นจากฝั่งแม่น้ำโขงกันนานจริงๆ ว่าแล้วชาวจักรยานทั้งหลายก็ไม่รอช้า พากันออกตัวโขยกขึ้นเขาเริ่มต้นแบบฝึกหัดแห่งความโหดอักอีกรอบหนึ่งแล้ว

เมืองนาน เป็นเมืองธรรมชาติสวยงามกลางทางไชยะบุรีเข้าสู่หลวงพระบาง นิทานสนุกๆ ของชาวบ้านไทยเล่าว่า เมืองน่านแต่เดิมก็ชื่อเมืองนาน ต่อมาไปขอยืมไม้เอกจากเมืองง่าว ทำให้ชื่อเมืองกลายเป็นเมืองน่าน ส่วนเมืองง่าวให้ไม้เอกเขายืมไปแล้วก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเมืองงาว คณะของเราแวะกินอาหารกลางวันกันที่เมืองนาน ซึ่งบริเวณรอบๆ เมืองเป็นที่ราบกว้างใหญ่พอให้ได้พักเหนื่อยจากการปั่นขึ้นเขามาอย่างหนัก แต่หลังจากอาหารกลางวันแล้ว เส้นทางก็พาเราขึ้นเขากันต่อีก และภูเขาคราวนี้ไม่ใช่ภูเขาธรรมดาด้วย แต่เป็นภูเขาที่กำลังซ่อมสร้างทาง ดังนั้น การปั่นจักรยานต่อไปจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จึงยังคงเหลือแต่มือดีๆ เท่านั้นที่ยังคงอยู่บนเส้นทางที่เหลือ เรี่ยวแรงจำกัดอย่างเราพากันขึ้นรถบริการชมทิวทัศน์สวยงามสองข้างทางกันเสียหมด

พักใหญ่ ๆ เส้นทางก็นำมาสู่สามแยกเล็ก ๆ ที่ตรงถนนตัดใหม่เข้ามาเชื่อมเส้นทางอีกสายหนึ่ง เป็นทางขึ้นเขาลงเขาไปสู่เมืองกาสี ซึ่งสามารถต่อไปจนถึงเมืองวังเวียงและเวียงจันทน์ได้ในเวลาที่สั้นลง ดังนั้น จึงมีรถตู้ประจำทางสัญชาติลาวที่วิ่งระหว่างเมืองหันมาใช้เส้นทางสายใหม่นี้จำนวนหนึ่ง และหลังจากขี่จักรยานชมวิวทิวทัศน์กันบนเส้นทางขึ้นเขาลงเขาอันสวยงามมาจนชักเบื่อแล้ว เส้นทางก็นำลงสู่ทาบราบของสามแยกเชียงเงิน ที่ตรงนั้นข้างหน้าเส้นทางสำคัญที่สุดของประเทศ สปป.ลาว คือเส้นทางหมายเลข 13 จากเมืองเวียงจันทน์ก็มาพาดผ่าน ทำให้เกิดเป็นสามแยกรออยู่ด้านหน้า และเลยต่อไปอีกนิด ฉากหลังของเส้นทางก็จะเป็นแม่น้ำสายหลักอีกสายหนึ่งของเมืองหลวงพระบาง นั่นคือแม่น้ำคานนั่นเอง

ถึงแล้วหลวงพระบาง รื่นยมย์ชมเมืองด้วย...จักรยาน
เส้นทางอีกประมาณยี่สิบกว่ากิโลเมตรจากที่ตรงนี้จะเป็นเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบางกันแล้ว สองข้างทางที่ผ่านไปจึงปรากฎบ้านเรือนหมู่บ้าน ร้านค้าของชาวเมืองหลวงพระบางไปตลอดทาง การปั่นจักรยานในช่วงนี้จึงออกจะเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง อะไรๆ ก็ดูแปลกใหม่และดูได้อย่างชัดเจน เพราะจักรยานไม่ได้ผ่านไปรวดเร็วจนมองอะไรไม่ทัน น่าสนใจตรงที่บนเส้นทางนี้ ปั๊มน้ำมัน ปตท. จากประเทศไทยเราก็มีมาตั้งแข่งกับปั๊มน้ำมันเวียดนามกับเขาด้วย ในที่สุด หลังจากปั่นกันมาอีกพักใหญ่ ๆ เมืองมรดกโลกหลวงพระบางก็ปรากฏชัดต่อสายตาแล้ว เราอดไชโยโห่ร้องดังๆ อยู่ในใจไม่ได้ เวลายังเหลือชาวจักรยานจึงชวนกันปั่นเกาะกลุ่มไปเที่ยวถ่ายรูปตามวัดนั้นวัดนี้กันได้อีกสักพักใหญ่

เมื่อสามารถนำพาจักรยานมาจนถึงเมืองมรดกโลกอย่าวหลวงพระบางได้ เจ้าจักรยานนี้แหละที่จะเป็นพาหนะแสนวิเศษนำเราไปท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ในเมืองอย่างเมืองมรดกโลกเช่นนี้ จักรยานน่าจะดีกว่ารถยนต์เสียอีก คณะของเรามีเวลาพักท่องเที่ยวสบายๆ ในหลวงพระบางอีกวันหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับ ซึ่งแน่ละ ด้วยพาหนะจักรยานที่เร็วพอที่จะนำเราไปถึงจุดหมายต่างๆ ในเมืองเล็กๆ นี้ได้อย่างถ้วนทั่ว และช้าพอที่จะทำให้เราได้เห็นอะไร ๆ ที่ผ่านมาเบื้องหน้าได้เกือบหมด เหมือนได้ดูภาพยนตร์จอใหญ่ตลอดเวลา เวลาในเมืองมรดกโลกกับจักรยานช่างสุขสันต์จนเราไม่อยากจะกลับกันในเร็ววัน เรายังไปเที่ยวกันไม่อิ่มเลยจริงๆ

บรรดาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะถูกเราเก็บหมดไปได้ในเวลาวันเดียว ตั้งแต่ใส่บาตรตอนเช้า นั่งจิบกาแฟโบราณกับปาท่องโก๋และโจ๊กที่ร้านประชานิยม ปั่นเที่ยวชมวัดสำคัญ ทั้งวัดวิชุน วัดเชียงทอง ชมของดี ณ พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นอดีตพระราชวังของเจ้ามหาชิวีต ชมหอพระบาง และขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุพูสี ตบท้ายด้วยการซื้อของฝากที่ตลาดมืดเก็บหมดเรียบวุธ แต่ก็เหมือนยังขาดความอิ่มเอมคราวหน้าถ้าคุณ ๆ มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมเมืองหลวงพระบาง มาอยู่นาน ๆ พักให้สบายใจกลางเมือง และออกไปท่องเที่ยวด้วยจักรยาน แล้วหลวงพระบางจะเป็นสวรรค์อันสวยงามของคุณได้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าจะมากันในหน้าหนาวของข้างหน้านี้

แล้วการเดินทางด้วยจักรยานเชื่อมโยงเมืองคู่แฝด น่าน-หลวงพระบาง คราวนี้ก็สิ้นสุดลง การเดินทางคราวนี้บอกอะไรเราได้บ้าง ข้อหนึ่งบอกได้ว่า เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างเมืองน่านกับหลวงพระบางนั้นมีการเชื่อมต่อแล้วอย่างเรียบร้อย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ด้วยพาหนะทุกประเภท แม้กระทั่งจักรยาน น่าจะมีนักปั่นจักรยานที่เดินทางด้วยจักรยานแบบทัวริ่งมาใช้เส้นทางได้ต่อไปในอนาคต แม้กระทั่งชาวคณะมอเตอร์ไชค์หลากหลายประเภทก็มาใช้เส้นทางสายนี้ได้

คู่มือนักเดินทาง
1. การเดินทางด้วยจักรยานผ่านด่านพรมแดนห้วยโก๋น-น้ำเงินนั้น ยังไม่เป็นเส้นทางแพร่หลาย แขวงไชยะบุรีเป็นแขวงชายแดนของสปป.ลาว ที่มีความอ่อนไหว กาเรดินทางเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ จำเป็นต้องผ่านบริษัททัวร์ หรือสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน เพื่อให้ช่วยประสานการเดินทางล่วงหน้า เช่นเดียวกับการเดินทางด้วยรถยนต์หรือจักรยานยนต์จากประเทศไทย

2. เส้นทางจากด่านพรมแดนห้วยโก๋น-น้ำเงิน สู่หลวงพระบางนั้น ถนนส่วนใหญ่เป็นทางเขาลาดชัน ดังนั้น ผู้ที่จะเดินทางด้วยจักรยานในเส้นทางนี้ จำเป็นต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และหากมีโรคประจำตัว ควรนำยาที่จำเป็นต้องใช้ไปด้วย

3. สิ่งที่นักปั่นทุกคนจะต้องท่องจำไว้ในใจเมื่อไปขี่จักรยานใน สปป.ลาวก็คือ จะต้องขี่ชิดขวาตามกฎจราจรของ สปป.ลาว ไม่ต่างจากการขับรถยตต์หรือขี่จักรยานยนต์

Two legs, two wheels on a saddle from Nan to Luang Prabang

The Assoiation of South East Asian Nations Economic Community (AEC) will be launched officially at the end of this year, and one of the members which is similar to Thailand is Lao PDR, Lao PDR. Is well known as the twin of Thailand because of the country’s culture. Traditions, and language. You are able to see this travelling from Nan province to Luang Prabang.

To prmote the tourism of Nan and Luang Prabang, riding a bicycle from thest two destidations was created. The distance was over 300 kilometers with 40 ridenr. The journey started from Huai Kon-Nam Ngoen Frontier to Sayaboury, which was known as the city of France in the past, and then onto Nan, the city which is filled with beautiful nature. Visitors will pass Nga ba Xiang Ngean and the Nam Khan River before arriving at Luang Prabang. Visitors can see the architecture from the building, visit the museum, see the sunset at Mount Phousi, and shop at the black market.
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก อนุสาร อสท. ปีที่ 55 ฉบับ 11 เดือน มิถุนายน 2558
เส้นทางจักยานน่านสู่หลวงพระบาง
ปั่นจักรยานไปเมืองหลวงพระบาง
เส้นทางจักรยานหลวงพระบาง
จักรยานสองล้อท่องน่านสู่หลวงพระบาง
เที่ยวหลวงพระบางใช้จักรยาน
ปั่นจักรยานหลวงพระบาง
เที่ยวเมืองหลวงพระบางด้วยจักรยาน
หลวงพระบางเที่ยวทางน่านด้วยจักรยาน
หลวงพระบางเที่ยวทางน่านด้วยจักรยาน
หลวงพระบางเที่ยวทางน่านด้วยจักรยาน
Untitled Document
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว (LAOS)
• ข้อมูลทั่วไปประเทศลาว แผนที่ลาว การเดินทางลาว • ภาษาลาว วันละคำ
• ประวัติศาสตร์ลาวและเหตุการณ์สำคัญในลาว • วางแผนเดินทางลาว เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับประเทศลาว
• เอกสารการเดินทางเข้าออกลาว วีซ๋าลาว • อาหารลาว ร้านอาหารลาว
• โรงแรมในประเทศลาวทั่วประเทศ • เทศกาลและงานประเพณีลาว
แขวงหลวงพระบาง (Luang Prabang) : เมืองหลวงพระบางมรดกโลก
• หลวงพระบาง : สบายดีหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก • ตำนานเมืองหลวงพระบาง เหตุผลที่หลวงพระบางได้มรดกโลก
• วัดเชียงทอง : สุดยอดสถาปัตยกรรมล้านช้าง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาท์หลวงพระบาง
• พระราชวังหลวง : พระบาง : พระธาตุพูสี • ร้านอาหาร ภัตตาคาร ที่กินในหลวงพระบาง
• น้ำตกกวางสี : น้ำตกตาดแซะ : ถ้ำติ่ง : หมู่บ้านผานม • อาหารพื้นบ้านตำรับหลวงพระบาง : สลัดผักน้ำ เอาะหลาม เฝอลาว
• วัดวิชุนราช : พระธาตุหมากโม : วัดอาฮาม(ปู่เยอย่าเยอ) • แหล่งชอปปิ้งหลวงพระบาง : ตลาดมืด : ตลาดดารา : บ้านซ่างไห
• วัดธาตุหลวง : วัดใหม่ : วัดแสนสุขาราม : วัดพระบาทใต • ตักบาตรข้าวเหนียวหลวงพระบาง
• เรือนมรดกโลกเชียงม่วน : ย่านบ้านเจ็ก • ปั่นจักรยานเที่ยวชมวัดวาอารามในหลวงพระบาง
• ตลาดเช้าหลวงพระบาง : ตลาดม้ง : กาแฟประชานิยมหลวงพระบาง • เส้นทางสายใหม่สู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านเส้นทางน่าน
 
แขวงนครเวียงจันทน์ (Vientiane) : เวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว
• นครเวียงจันทน์ : ข้อมูลเดินทาง แผนที่ ประวัติเมืองเวียงจันทน • เขื่อนน้ำงึม : แดนสวรรค์ของเวียงจันทน
• พระธาตุหลวง : ประตูชัย • เที่ยวรอบนอกเมืองเวียงจันทน์
• หอพระแก้ว : วัดศรีเมือง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเวียงจันทน
• วัดศีรษะเกศ : วัดองค์ตื้อ : อนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช • ร้านอาหารในเวียงจันทน
 
แขวงเวียงจันทน์ : วังเวียง (Vanvieng) กุ้ยหลินเมืองลาว
• วังเวียง : ข้อมูลเดินทาง แผนที่วังเวียง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในวังเวียง
• ท่องเที่ยววังเวียง : กุ้ยหลินเมืองลาว • ร้านอาหารในวังเวียง
 
แขวงเชียงขวาง (Xieng Khouang) : ทุ่งไหหิน ทุ่งหินโบราณลี้ลับ
• เชียงขวาง : อดีตสมรภูมิสงครามอินโดจีน • เมืองคูน : เมืองหลวงเก่าแห่งเชียงขวาง
• ทุ่งไหหิน : ไหปริศนาที่รอคอยคำตอบ • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเชียงขวาง
 
แขวงจำปาสัก (Champasak) : อดีตราชธานีแห่งลาวใต้
• ลาวใต้ : นครจำปาสัก : ปากเซ ข้อมูลเดินทาง แผนที่ลาวใต • น้ำตกตาดผาส้วม : อุทยานบาเจียง : หมุ่บ้านชนเผ่าลาว
• ปราสาทหินวัดภู : มรดกโลกสถาปัตยกรรมขอมโบราณ • มหานทีสี่พันดอน : แลนด์บริดจ์ฝรั่งเศส : หัวรถจักรโบราณ
• ที่ราบสูงบอละเวน : ไร่ชา : กาแฟลาวขึ้นชื่อ
• โรงแรม : ร้านอาหารเมืองปากเซ • ช้อปปิ้งลาวใต้ : ตลาดดาวเรือง : ตลาดปากเซ
 
แขวงพงสาลี(Phongsaly) : เหนือสุดเมืองลาว
แขวงหลวงน้ำทา (Luangnamtha) : เืมืองแห่งชนเผ่าไทลื้อ
• พงสาลี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงพงสาล • หลวงน้ำทา : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหลวงน้ำทา
แขวงสะหวันนะเขต (Savannakhet) : ชายแดนเมืองสวรรค์
แขวงบ่อแก้ว (ฺBokeo) : เมืองแห่งชายแดนไทย
• สะหวันนะเขต : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสะหวันนะเขต • บ่อแก้ว : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบ่อแก้ว
แขวงอุดมไชย (ฺOudomsay) : เมืองแห่งธรรมชาติ
แขวงไชยะบุรี (ฺSayaboury) : เมืองแห่งป่าไม้
• อุดมไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอุดมไชย • ไชยะบุรี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงไชยะบุรี
แขวงหัวพัน (ฺHouaphanh) : เมืองแห่งสมรภูมิ
แขวงบริคำไชย (ฺBorikhamsay) : ประตูสู่ลาวใต้
• หัวพัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหัวพัน • บริคำไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบริคำไชย
แขวงคำม่วน (ฺKhammouane) : เมืองแห่งผืนป่าิ
แขวงสาละวัน (ฺSaravane) : เมืองแห่งธรรมชาติและกาแฟ
• คำม่วน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงคำม่วน • สาละวัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสาละวัน
แขวงเซกอง (ฺSekong): น้ำตกที่สูงที่สุดในลาว
แขวงอัตตะบือ (ฺAttapeu) : เมืองกลางหุบเขาชายแดนเขมร
• เซกอง : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงเซกอง • อัตตะบือ : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอัตตะบือ
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นพิเศษ....
ทัวร์น่านหลวงพระบาง ทัวร์หลวงพระบางทางน่าน
• LAO01 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน น่าน (ทางเรือ) น่าน ด่านห้วยโก๋น เส้นทางสายใหม่ ท่าเรือปากห้วยแคน ล่องแม่น้ำโขงหลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปเรือกลับเรือ)

• วันที่ 8 - 10 ก.ค. 60 ท่านละ 6,900 บาท (เปิดจองแล้วค่ะ)
ทัวร์น่านหลวงพระบางทางรถ

• LAO02 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางรถ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ลาว เมืองเงิน หงสา ไชยะบุรี หลวงพระบาง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปรถกลับรถ)

• กรุ้ปส่วนตัว เดินทางตั้งแต่ 5-6 ท่านขึ้นไป สามารถกำหนดวันเดินทางได้เองค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 9,900 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ทุกวันค่ะ)

• LAO03 ทัวร์น่านหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน น่าน ด่านห้วยโก๋น เมืองเงิน ปากห้วยแคน ล่องเรือแม่น้ำโขงสู่หลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวง พระธาตุพูสี น้ำตกตาดกวางสี วังเวียง พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ประตูชัย เวียงจันทน์ หนองคาย

• สำหรับกรุ๊ปส่วนตัว 25 ท่านขึ้นไป
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 16,500 บาท

ลานนาทัวร์ริ่ง : โทร. 086-345 3730, 087-579-3337, 054 - 765 222 แฟกซ์ 054-710195
สำนักงาน จ.น่าน : 202 หมู่ 1 บ้านท่าล้อ ตำบล ฝายแก้ว อำเภอภููเพียง จ.น่าน 55000

Your Travel We Care..