ดอกชมพูภูคา : พันธุ์ไม้มหัศจรรย์

<
ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน
ชมพูภูคา : พันธุ์ไม้มหัศจรรย์ หนึ่งเดียวในโลก ที่จ.น่าน
ชมพูภูคา : ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bretschneidera sinensis Hemsl. : ชื่อวงศ์ : BRETSCHNEIDERACEAE แม้ยอดดอยภูคายังคงเป็นปริศนาของนักเดินทาง แต่ปริศนาที่สำคัญยิ่งอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ถูกค้นพบและเปิดเผยขึ้นราวเดือนกุมภาพันธ์ 2532 ของ ดร.ธวัชชัย สันติสุข ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้ ของกรมป่าไม้ ได้สำรวจพบต้นไม้พันธุ์หายากที่คาดว่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือต้นไบร์ทชไนเดอร์ ชิเนนชีส (BRETSCHNEIDERA SINENSIS) กำลังผลิตดอกสีชมพูอมขาวงดงาม ตั้งตรงเป็นกลุ่มยาวราว 30 เซนติเมตร และได้ตั้งชื่อจากการค้นพบครั้งแรกในเมืองไทยว่า "ชมพูภูคา"    

ชมพูภูคา เป็นพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ที่มีดอกสีชมพูอมขาวงดงาม ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้ ชมพูภูคา เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ
   
ชมพูภูคา เป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 25 เมตร เปลือกเรียบสีเทา ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ยาว 30-80 เซนติเมตร ใบย่อยไม่มีก้านใบ รูปหอกถึงรูปไข่ กว้าง 2.5-6 เซนติเมตร ยาว 8-25 เซนติเมตร โคนใบมนไม่เท่ากัน ปลายใบแหลม ดอก สีชมพู คล้ายรูประฆัง ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร กลีบรองดอกขนาดใหญ่ รูปถ้วยขอบหยักตื้นๆ กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่กว้าง โคนกลีบเรียวยาว ปลายกลีบม้วนออกด้านนอก ขนาด 1.8-2 เซนติเมตร กลีบบนมักคว่ำลง เกสรผู้ 8 อัน ผล รูปกระสวย แก่แล้วแตก เมล็ด รูปรี กว้าง 12 มิลลิเมตร ยาว 20 มิลลิเมตร ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวมีใบย่อยรูปไข่แกมรูปใบหอก ปลายใบแหลมยาว แผ่นใบด้านล่างมีนวลสีขาว ช่อดอกตั้งตรงแยกแขนงออกตามปลายกิ่งกลีบเลี้ยงติดกันคล้ายรูประฆัง กลีบดอกสีชมพูมีริ้วสีแดง ออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ผลคล้ายมะกอกแต่มีขนาดใหญ่กว่า
   
ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,980 เมตร ดอยภูคานับเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาหลวงพระบางและเป็นยอดดอยที่สูงในลำดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งจากสภาพดังกล่าวนี้ทำให้เทือกดอยภูคา มีลักษณะโดดเด่น ในด้านระบบนิเวศของพืชพรรณภูเขาสูงอันอุดมไปด้วยป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบชื้น รวมทั้งป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง อีกทั้งเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำน่านอีกด้วย พันธุ์ไม้ที่สำคัญที่สุดและพบเพียงแห่งเดียวในโลกที่นี่คือ ชมพูภูคา ซึ่งเป็นต้นไม้พื้นเมืองของไทย และเป็นพันธุ์ไม้หายาก ใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก โดยเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าพบพันธุ์ไม้ชนิดนี้ ที่มณฑลยูนานประเทศจีน แต่ปัจจุบันคาดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งได้มีการค้นพบอีกครั้งในป่าดอยภูคา จ.น่านนี้

ด้วยชมพูภูคา เป็นพันธุ์ไม้ที่มีการงอกขยายพันธุ์ของเมล็ดในอัตราต่ำมาก จึงง่ายต่อการสูญพันธุ์ และจะต้องขึ้นอยู่ในภูมิประเทศที่มีความสูงราว 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึั้้นไป จะเจริญเติบโตได้ดีบริเวณป่าดงดิบเขาตามไหล่เขาสูงชัน และมีความชื้นของอากาศสูงอุณหภูมิเฉลี่ยค่อนข้างต่ำตลอดทั่งปี ซึ่งหลังจากค้นพบ ได้มีความพยายามที่จะเพาะเมล็ดเพื่อขยายพันธุ์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จนได้รับพระบารมีโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้มีการทดลองเพาะเนื้อเยื่อ จึงได้สำเร็จลง แต่ก็นำมาปลูกในพื้นราบไม่ได้

ต่อมา โรงเรียนปัว โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา อ.ปัว จ.น่าน ได้ทดลองนำมาปลูกไว้ที่โรงเรียนปัวและดูแลรักษาเป็นอย่างดี ต้นชมพูภูคาก็เจริญงอกงามดีมา จนสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรครึ่ง ก็จะเฉาตายหมด คงมีเหลืออยู่ในบริเวณต้นเดิมที่พบ และบริเวณสถานที่พักทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บนดอยภูคาเท่านั้น ที่เจริญงอกงามใหญ่โตมาจนถึงปัจจุบันนี้

ปัจจุบันได้มีการทดลองเพาะกล้าไม้ชมพูภูคาจากเมล็ดเป็นผลสำเร็จซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ชมพูภูคาไม่สูญพันธุ์จากโลกนี้ต่อไป และมีข้อสันนิษฐานของนักวิชาการป่าไม้ว่า อาจจะยังมีต้นชมพูภูคาหลงเหลืออยู่อีกในป่าทึบของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ดังนั้น อีกทางหนึ่งที่จะรักษาไว้ก็คือ รักษาสภาพป่าของดอยภูคาให้รอดพ้นจากการถูกทำลาย เพื่อพืชพันธุ์ที่หายากของโลกนี้ จะได้มีชีวิตอยู่คู่โลกอีกนานเท่านาน...

"ชมพูภูคา พันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ของโลก เฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่านเท่านั้น" 
แผนที่เส้นทางชมดอกชมพูภูคา อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน