เที่ยวไปทั่ว..กับลานนาทัวร์ริ่ง
• ลานนาทัวร์ริ่ง LannaTouring
• ใบอนุญาตเลขที่ 21/00574
Tel : (HOT LINE)
086-3453730, 087-5793337
LINE No.
083-761 7040, 084 - 335-7175
Email/Skype
lannatouring@hotmail.com
เที่ยวกับลานนาทัวร์ิ่ริ่ง
• หน้าแรก ลานนาทัวร์ริ่ง
• ทัวร์โปรโมชั่น 2557
• ทีมงานลานนาทัวร์ริ่ง
ทัวร์โปรโมชั่น(แนะนำ)
• ทัวร์น่าน-หลวงพระบาง
(เส้นทางสายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบาง
(ผ่านเส้นทางน่าน-สายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบางเส้นทางน่าน
• เส้นทางหลวงพระบางทางน่าน
• ล่องเรือหลวงพระบางทางน่าน
• เที่ยวน่านหลวงพระบางทางรถ
ข้อมูลท่องเที่ยวน่าน
•เที่ยวน่านเมืองเก่า วัดภูมินทร์
•เที่ยวดอยภูคา หนองบัว ไทลื้อ
•เที่ยวห้วยโก๋นชายแดนลาว
•เที่ยวบ่อเกลือ เกลือภูเขา
•เที่ยวล่องแก่งน้ำว้าน่าน
•เทียวผาชู้ ดอยเสมอดาว
เที่ยวน่านกับ อสท.
ท่องเที่ยวน่านกับนิตยสารอสท.
• สองน่องท่องเมืองแฝด
น่านหลวงพระบาง
• ทางภูเขาเรื่องราวเมืองน่าน
• ภูเข้วิถีแห่งขุนเขา
ข้อมูลท่องเที่ยวไทย
ท่องเที่ยวไทยกับททท.
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
• ข้อมูลท่องเที่ยว ลาว
• ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา
"เที่ยวน่าน..กับ อ.ส.ท."
วิถีแห่งขุนเขา วิถีแห่งชีวิต วิถีของสองผู้เฒ่าที่ ภูเข้


“เป้ใบเก่า รองเท้าคู่เดิม"....เรื่อง
นพดล กันบัว.....ภาพ

ได้รับความเอื้อเฟื้อจากอนุสาร อ.ส.ท.
ที่มา : อนุสาร อ.ส.ท. ปีที่ 46 ฉบับที่ 6 เดือนมกราคม พ.ศ. 2549
บรรยากาศยามเย็นของภูเข้ มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนในเขตพื้นที่จังหวัดน่านทั้งหมด จากมุมมองบริเวณแคมป์คืนที่สอง หลักเขตที่ 35
เมล็ดพันธุ์ของการเดินทางมักก่อเกิดบนเทือกดอยสูงกับเพื่อนผู้รู้ใจเสมอ ในยามที่สายลมหนาวเริ่มเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ดูเหมือนว่าเสียงระฆังแห่งการเดินทางจะดังก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง โดยมีทิวเขาสลับซับซ้อนทำหน้าที่เป็นผู้บอกเล่าความทรงจำบทใหม่ของชีวิต ชีวิตที่ไม่มีใครมาขีดเส้นให้เดิน นอกจากตัวของเราเอง ชีวิตที่อาจไม่สวยหรู แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ต้องจดจำ คนเราจึงมีเรื่องที่ไม่น่าจดจำและเรื่องที่น่าจดจำมากมาย ในห้วงของชีวิตจึงมีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี เป็นส่วนผสมผสมคละเคล้าในมนุษย์ทุกคน อยู่ที่ว่าจิตใต้สำนึกมันหล่อหลอมให้เกิดสิ่งไหนมากกว่ากันเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีความชั่ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือความดี ถ้าไม่มีผู้ชาย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสัดส่วนที่ตรงกันข้าเรียกว่าผู้หญิง มนุษย์มีพื้นฐานเป็นนักเดินทางมาตั้งแต่เกิดทุกคน อยู่ที่เราเลือกจะเดินทางในรูปแบบไหน บางคนก็เลือกเดินทางแบบสบายๆ ตรงกันข้าม บางคนเลือกที่จะฝ่าฟันกับ ความยากลำบาก ขุนเขาจึงแตกต่างจากทะเลที่ตรงนี้

วิถีแห่งขุนเขา ในวันที่สายลมหนาวเดินทางมาถึง
น่าน เมืองแห่งทะเลขุนเขาที่มีแอ่งที่ราบเพียงหยิบมือเดียวนี่คือดินแดนที่มีพื้นที่ภูเขามากที่สุดของประเทศก็ว่าได้ ขุนเขาเมืองน่านโอบล้อมตั้งแต่ก้าวย่างที่เหยียบเท้าเข้าไปในพื้นที่จังหวัดแห่งนี้ นับเนื่องจากดอยภูคาที่เปรียบเสมือนป่าต้นน้ำ เป็นลมหายใจของชีวิตที่หล่อเลี้ยคนเมืองน่านมาชั่วนาตาปี

ผืนป่าที่ยังสมบูรณ์ด้วยสรรชีวิตมากมายของดอยภูคาบ่งบอกถึงสิ่งที่เหลืออยู่ไม่มากนักของประเทศนี้ นี่คือป่าผืนใหญ่ในโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่จากจินตนาการหรือภาพถ่าย ท่ามกลางกลิ่นอายสงครามทางความคิดที่ยังไม่จางหายดีนัก แม้เวลาจะล่วงเลยมานับสิบปีแล้วก็ตาม ความแตกต่างทางความคิดของคนไทยในยุคสมัยหนึ่ง ที่ต้องจับอาวุธขึ้นเพื่อเข่นฆ่ากันเองตามความเชื่อในเรื่องประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ทำให้ป่าดอยภูคายังไม่ถูกทำลายเหมือนป่าผืนใหญ่อื่นๆ ต้องการให้น่านเติบโตอย่างก้าวกระโดด เมืองน่านควรถูกพัฒนาอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่ตีกรอบการพัฒนาเหมือนเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ซึ่งจุดสิ้นสุดของเส้นทางมักจะเหลือความเป็นตัวของตัวเองน้อยลงทุกที
แสงแรกแห่งตะวัน ในเขตพื้นที่ประเทศลาว ท่ามกลางท้องทะเลหมอกจากบริเวณแคมป์คืนที่หนึ่งบริเวณหลักเขตที่ 37
วิถีของสองผู้เฒ่า ในวันที่สังขารไม่ใช่ของเราอีกต่อไป
มีคนเคยถามว่าเมื่อไร่จะเลิกเดินป่า ผมเองตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะผืนป่าและทะเลแห่งขุนเขามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจชีวิตไปแล้ว ผมไม่ได้ชอบป่ามากกว่าทะเล และผมก็ไม่ได้ชอบต้นไม้สีเขียวขจีจนลืมผู้หญิงนุ่งบีกีนีที่ชายหาดขาวๆ

ชีวิตมันต้องมีหลายด้าน จริงไหมครับ และที่สำคัญที่สุด ผมจะเกลียดมากถ้าใครมาบังอาจเรียกผมว่าลุง ต่างจากนภดล กันบัว ที่คนมักจะชอบเรียกว่าลุง ลุงในนิยามความหมายที่ไม่ได้หมายถึงผู้สูงอายุ (ผมเข้าใจเอาเองว่านภดลคงต้องการความหมายอย่างนั้น) ผมรับประกันได้ว่าประสิทธิภาพทางจิตใจของเขายังแข็งแกร่งดุจแผ่นผา ส่วนประสิทธิภาพทางร่างกายผมคำตอบไม่ได้ ต้องไปถามคนนอนข้างๆ เขาเอาเอง แต่เท่าที่รู้มาสิ่งที่ธรรมชาติให้มันยังเหลืออีกเยอะ ถ้ามาถูกที่ถูกเวลา...ฮา
ลำห้วยสาขาใหญ่น้อย บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าที่ยังดำรงอยู่ของภูเข้
แต่เป้าหมายการเดินทางขึ้นภูเข้ครั้งนี้ ทำให้ผมและนภดลเข้าใจความหมายของคำว่าผู้เฒ่ามากขึ้น หลังจากที่หลงคิดว่าตัวเองหนุ่มตลอดมาตั้งนาน ระยะทางการเดินทาง 3 วัน 2 คืน คงไม่เท่าไร เป็นเงื่อนไขเวลาปกติของการเดินป่าอยู่แล้ว แต่ความที่เส้นทางต้องขึ้นเขาสูงชัดโดยตลอด ขณะที่ร่างกายร้างเวทีมาช่วงเวลาหนึ่ง ก็เข้าทำนองอ่อนซ้อม แต่ต้องขึ้นชกกับคู่ต่อกรในระดับแชมป์หัวแถว ในเมื่อยังมีสติก็อดหวั่นใจไม่ได้ ไม่ใช่คนบ้านี่ครับ จะได้ไม่ต้องกลัวอะไร

สงกรานต์บอกกับผมว่า “เดินแบบขำๆ ชิลๆ พี่” กลัวมันจะขำไม่ออกสิน้องเอ๋ย เมื่อก่อนต้องเริ่มเดินเท้าจากบ้านห้วยลึก ช่วงนี้รถเข้ามาถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่าน หน่วยย่อยที่ 1 ทำให้ย่นระยะทางการเดินไปได้ไม่น้อย ส่วนที่เหลือก็จะเป็นทางชันจริงๆ ทั้งหมด “ขอบคุณ” ผมได้แต่บอกกกับเขาไปอย่างนั้น ผีมาถึงป่าช้าแล้วนี่ครับ ยังไงก็ต้องขอหลอกหลอนคนแถวนั้นสักตั้ง ส่วนเขาจะกลัวหรือว่าเราช็อกเอง คำตอบไม่ได้ล่องลอยอยู่ในสายลมแน่นอน
ยอดสูงสุดของภูเข้ หลักเขตที่ 37 ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,097 เมตร
ภูเข้ในนิยามความหมายแห่งเืทือกเขาผีปันน้ำ
ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าทำไมจึงเรียกภูเข้ แม้กระทั่ง ด.ต.ธนิต ธิมิตร ผู้คร่ำหวอดและผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ ผมพยายามองอย่างเข้าใจว่ารูปทรงมันน่านจะเหมือนจระเข้ ซึ่งก็ไม่ใช่ คำว่าภูเข้จึงเป็นชื่อเรียกต่อเนื่องกันมายาวนาน ไม่ได้มีความหมายเป็นการเฉพาะเหมือนกับชื่อดอยผีปันน้ำ ซึ่งสามารถเข้าใจถึงความเป็นสันเขาที่แบ่งเขตสันปันน้ำของผู้คนสองฝั่งประเทศ

ชื่อดอยผีปันน้ำไม่ได้มีที่นี่เพียงที่เดียว บริเวณพื้นที่รอยต่อเชียงหม่และเชียงรายก็มีดอยผีปันน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับดอยลังกาหลวงและดอยลังกาน้อย เส้นทางเดินป่าสำคัญอีกเส้นหนึ่งของบ้านเรา ผมชอบคำ ว่าผีปันน้ำ เพราะมันนำมาซึ่งความง่ายต่อความเข้าใจ มันบ่งบอกถึงการแบ่งปันที่เท่าเทียม แม้ว่าผู้แบ่งจะเป็นผีก็ตาม บางครั้งให้ผีแบ่งอาจจะได้รับความเป็นธรรมมากกว่าให้มนุษย์ด้วยกันแบ่งให้ ภูเข้ หรือดอยผีปันน้ำนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวความยิ่งใหญ่ของทิวเขาหลวงพระบาง ซึ่งแบ่งเขตแดนประเทศไทยและลาว แต่ละช่วงจะมีชื่อเรียกยอดเขาแตกต่างกันไป สงกรานต์บอกกับผมว่า นี่คือส่วนหนึ่งของพื้นที่ขุนเขาเมืองน่านที่ไร้ร่องรอยการสำรวจอย่างจริงจัง นอกเหนือจากภารกิจทางทหาร ซึ่งก็ห่างหายไปนาน เหตุที่เลือกขึ้นมาสำรวจภูเข้าเป็นลำดับแรกๆ ไม่ใช่เพียงเหตุผลระดับความสูง 2,097 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณหลักเขตแดนประเทศไทย-ลาว ที่ 37 เท่านั้น ว่ากันว่ามันคือยอดเขาที่สูงเป็นอันดับห้าของประเทศ
วิถีชีวิตของคนแรมทางบนยอดดอยสูง บริเวณหลักเขตที่ 35 มองเห็นเทือกเขาภูแวเด่นตระหง่านเบื้องหน้า
อันดับความสูงของยอดเขาที่รับรู้กันอย่างเป็นทางการมีเพียง 3 อันดับ คือ หนึ่ง ดอยอินทนนท์ สอง ดอยผ้าห่มปก และสาม ดอยหลวงเชียงดาว ส่วนใครจะอันดับสี่ ภูเข้จะสูงอันดับห้าจริงหรือเปล่าคงไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความสูงของยอดเขาอาจจะสำคัญในเรื่องตัวเลขของความรู้สึก แต่มันไม่ได้บ่งบอกถึงความสำคัญและความประทับใจที่จะเกิดขึ้น อย่าไปให้ความสำคัญกับมันมากกว่าประสบการณ์การเดินทางที่จะได้รับ และไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งโอ้อวดกันด้วยว่า พิชิต ยอดเขาที่สูงอันดับหนึ่งถึงห้าของประเทศมาแล้ว เพราะสิ่งที่เราจะได้รับจากการเดินทางมันมีมากกว่าระดับความสูง หากเราไปตั้งเป้าที่ระดับความสูง มันมักหนีไม่พ้นที่จะไปสร้างจิตใต้สำนึกว่า ตัวกูคือผู้พิชิต ความเป็นผู้พิชิตบางครั้งทำให้เราละเลยวงจรชีวิตระหว่างทางที่ผ่านเข้ามา ซึ่งสำคัญกว่าเป็นไหนๆ
ต้นเมเปิลที่กำลังเปลี่ยนสี พบเห็นจำนวนไม่น้อยในเขตพื้นที่ป่าดิบระหว่างเส้นทางจากหลักเขตที่ 37 ลงไปเขตหลักที่ 36
ในความแตกต่างของรอยต่อแห่งขุนเขา
สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสถึงความแตกต่างของเส้นทางเดินป่าเส้นนี้ได้อย่างชัดเจน มันบอกเล่าเรื่องราวได้ 3 เรื่องใหญ่ๆ เริ่มจากท้องทุ่งหญ้าที่กินอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ผืนป่าดิบที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และเรื่องราวของหลักเขตแดนประเทศและชีวิตของผู้คน

ท้องทุ่งหญ้าที่ปกคลุมขุนเขากว้างไกลสุดสายตาถือเป็นช่วงแรกของการเดินทาง ซึ่งต้องไต่ระดับความสูงขึ้นไปถึง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เรียกบริเวณแห่งนั้นว่าปางวัว พื้นที่บริเวณนี้คือส่วนผสมระหว่างพื้นที่ปลูกข้าวของชาวลัวะ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวเขาในละแวกนี้เกือบทั้งหมด กับพื้นที่ในการเลี้ยงวัว วงจรชีวิตนี้เกิดขึ้นในพื้นที่มาชั่วอายุคนแล้ว
กาลเวลาก่อนแสงสุดท้ายแห่งวันจะสูญสลายไปจากท้องฟ้า คือความงดงามของท้องทะเลขุนเขาเมืองน่าน
ท้องทุ่งหญ้าเหล่านี้ก่อเกิดมาได้อย่างไร บ้างก็ว่าธรรมชาติสร้างมันขึ้นมาเอง บ้างก็ว่าเกิดจากการโค่นป่าเพื่อทำพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง ท้องทุ่งหญ้าที่เกิดขั้นตามธรรมชาติมีอยู่จริง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากการโค่นป่าเสมอไป ขณะเดียวกันป่าที่ถูทำลายจนเหลือสภาพเพียงท้องทุ่งหญ้า เพื่อรอการเติบโตของป่ารุ่นในใหม่ก็มีอยู่เยอะ ปัจจุบันการโค่นป่าของชาวบ้านจริงๆ อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็น้อยมาก เนื่องจากชาวบ้านเริ่มเรียนรู้แล้วว่าป่าให้ชีวิตกับพวกเขา การทำลายป่าก็เสมือนกับทำลายชีวิตตัวเอง

เส้นทางเดินเท้าที่ลัดเลาะไปตามท้องทุ่งหญ้าและไร่ข้าวของชาวลัวะนำมาซึ่งมุมมองที่แตกต่างจากที่เคยเห็น พร้อมๆ กับความเหน็ดเหนื่อยที่ได้รับก็เพิ่มไปตามระดับความสูงที่มากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าร่องรอยของความเป็นผู้เฒ่าเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ คนนี่ครับ ไม่ใช่แมว เป็นร่องรอยที่ต้องยอมจำนนต่อสภาวะร่างกายที่เหลืออยู่ ร่างกายกับจิตใจอย่างไหนสำคัญกว่ากัน ทั้งสองส่วนมันต้องประกอบและอาศัยซึ่งกันและกัน แม้สภาพร่างกายจะเข้มแข็งขนาดไหน แต่ใจไม่ไป มัวแต่จะอ้อนท่าเดียว ก็ไร้ประโยชน์ในทางตรงกันข้าม แม้จิตใจอยากไป แต่ร่างกายไม่ส่งเสริม จะเดินไปได้อย่างไร หากขามันก้าวไม่ออก
เมเปิลใบเล็กที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
มหาสดำ ส่วนหนึ่งของพรรณไม้ที่พบเห็นระหว่างเส้นทางขึ้นยอดภูเข้
ด้วยเหตุนี้ ร่างกายและจิตใจจึงต้องรวมเป็นเนื้อเดียวกันภายใต้กำลังใจและความหวัง ผมเชื่อในสมมติฐานที่ว่า มนุษย์ทุกคนมีความเป็นนักสู้ในตัว เพียงแต่เราจะเค้นมันออกมา หรือจะปล่อยให้ความอ่อนแอกดทับจนลืมความเป็นนักสู้ที่มีอยู่ในตัวเท่านั้นเอง

สงกรานต์คนที่บอกผมว่าเดินแบบขำๆ ก็เริ่มจะขำไม่ออกเพราะของในเป้ที่หนักอึ้งบนบ่าเริ่มทำหน้าที่ของมันทันทีที่ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า กระดาษทิชชูหนึ่งม้วนยังรู้สึกถึงความหนัก ของที่หนักอยู่แล้วก็เพิ่มเป็นทวีคูณ ขนาดเดินตัวเปล่าๆ ยังรู้สึกรำคาญส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ไม่จำเป็น นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตคนเดินห่าที่มักจะเบื่อหน่ายท้อถอยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่เมื่อกลับไปนึกถึงประสบการณ์ที่ได้รับหลังความเหน็ดเหนื่อยหายไป มักปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากเสมอ นี่กระมังเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์แห่งการเดินป่าที่แตกต่างจาการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ
บางเสี้ยวเวลาที่เหลืออยู่ ของคนแรมทาง กับมุมมองชีวิตใหม่ๆ ที่เราเลือกได้ เหนือกลักเขตที่ 35
จากท้องทุ่งหญ้าสู่ผืนป่าดิบ มันนำมาซึ่งความแตกต่างของสภาพธรรมชาติบนภูเข้ที่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน จากปางวัวจะเริ่มเข้าสู่พื้นที่ป่าดิบผืนใหญ่ที่ยังคงความสมบูรณ์ นี่คือป่าต้นน้ำลำธารที่มีความสำคัญไม่เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงคนฝั่งประเทศลาว เพราะผืนป่าแห่งนี้คือผู้ให้กำเนิดลำน้ำว้า ลำน้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำหมาว ตลอดจนลำห้วยสายเล็กสายน้อยอีกมากมายที่เป้ฯลำน้ำสาขาย่อยของแม่น้ำโขง หากจะบอกว่านี่คือขุนน้ำสำคัญของคนสองประเทศก็คงไม่ผิดนัก นับเป็นความแตกต่างของสภาพธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง ในพื้นที่ไม่ห่างจากกันนักปรากฏทั้งร่องรอยของความแห้งแล้งและความชุ่มชื้นให้เห็น ในพื้นที่ไม่ห่างจากกันมากนัก มันบ่งบอกถึงความสิ้นหวังและความหวังที่ยังคงเหลืออยู่ จากท้องทุ่งหญ้าและไร่ข้าว จนถึงผืนป่าใหญ่ มันบอกอะไรกับเรามากกว่าความแตกต่างของสภาพธรรมชาติแน่นอน อย่างน้อยที่สุดมันก็บอกว่า ถึงที่สุดแล้วเราก็เป็นผู้เลือก อยู่ที่เราเลือกจะเอาอะไร

หลัก 37 รอยต่อเขตแดนประเทศไทยกับลาว
กว่า 7 ชั่วโมงของการเดินทาง ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงยอดภูเข้บริเวณที่เรียกว่า หลัก 37 ซึ่งเป็นสันปันแดนระหว่างประเทศไทยกับลาว มีสันเขาเป็นแนวชายแดนประเทศต่อเนื่องเหยียดยาว จึงต้องมีการตกลงแบ่งสันปันแดนประเทศ บางครั้งก็สามารถตกลงกันได้ด้วยสันติวิธี แต่บางครั้งเชื่อไหมครับ พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตรก็ทำให้คนต้องทำสงครามเข่นฆ่ากันเอง สูญเสียชีวิตและเม็ดเงินในการทำสงครามมหาศาล ด้วยเหตุผลเรื่อง ศักดิ์ศรีของชนชาติ ก็เข้าทำนองกินไม่ได้แต่เท่นั่นแหละครับ ปัญหามันอยู่ที่ว่า คนเท่นั่งสั่งงานในห้องแอร์ แต่คนเสียชีวิตกลับเป็นคนที่อยู่ในสมรภูมิ เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านร่มเกล้าจึงเป็นเรื่องไม่น่าจดจำเอาเสียเลย แต่ก็ต้องจำเป็นบทเรียนในการดำเนินนโยบายสำคัญของประเทศ
ในความเปลี่ยนแปลงที่ยังเหลืออยู่ระหว่างทิวเขาที่เป็นท้องทุ่งหญ้า พื้นที่ไร่ข้าวของชาวลัวะ
ปัจจุบันเรามีหลักเขตแดนประเทศทั่วไปหมดตามแนวสันเขารอยต่อชายแดน หลักเขตที่ 1 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอสองแควรอยต่อกับเขตอำเภอเชียงคำ บนเส้นทางภูชี้ฟ้า – ผาตั้งก็มีแนวหลักเขตแดนประเทศเช่นเดียวกัน ในเขตพื้นที่เมืองน่านมีหลักเขตค่อนข้างมาก เฉพาะการเดินทางเส้นทางรอบสั้นๆ คราวนี้ก็ต้องผ่านถึง 3 หลักเขต คือ หลักเขตที่ 35,36 และ 37 ในจำนวนหลักเขตทั้งหมดนี้ หลักที่ 37 เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชิดชายแดนประเทศลาวมากที่สุด มีร่องรอยเส้นทางเดินเท้าขึ้นมาจากฝั่งประเทศลาวชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเส้นทางที่ทหารลาวใช้มากกว่าชาวบ้าน

ตลอดแนวทิวเขาสลับซ้บซ้อนเบื้องหน้าล้วนอยู่ในเขตประเทศลาวทั้งหมด มันถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าใหญ่ที่ยังคงสมบูรณ์ นี่คือผืนป่ารอยต่อระหว่างประเทศที่สำคัญผืนหนึ่งที่ยังดำรงอยู่ภายใต้ความงดงามของดวงตะวันซึ่งกำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า โดยมีท้องทะเลหมอกขนาดย่อมๆ ก่อตัวขึ้นอีกฟากหนึ่งของขุนเขา เส้นแสงสีทองที่ทาทาบลงทั่วผืนป่าและทะเลขุนเขานอกจากนำมาซึ่งความอบอุ่น ไล่ความเหน็บหนาวของคืนวันที่ผ่านมา มันยังบอกเล่าถึงเรื่องราววงจรชีวิตมนุษย์ที่ต้องอิงแอบกับโลกธรรมชาติ ระหว่างสองสิ่งล้วนต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เราอาศัยความงดงามของโลกธรรมชาติเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ ขณะที่ธรรมชาติต้องอาศัยมือมนุษย์เป็นเครื่องปกป้องรักษา แต่ปัญหาของมนุษย์คือมักจะรู้คุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ เมื่อต้องสูญเสีย เราจึงเหลือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตในด้านดีน้อยลงทุกที

ถึงอย่างไร โลกยามเช้าของวันนี้ก็เป็นวันที่สดใสสวยงามในชีวิตของผมอีกวันหนึ่ง
ส่วนหนึ่งของแนวผืนป่าดิบที่ยังสมบูรณ์ ซึ่งทำหน้าที่โอบอุ้มยอดภูเข้ บริเวณหลักเขตที่ 37 เอาไว้
นอนนับดาวที่หลัก 35
วงจรชีวิตที่โอบล้อมด้วยป่าดิบผืนใหญ่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งตามระดับของความสูงที่ลดลง ผ่านดงเมเปิลขนาดใหญ่ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ซึ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางเดินเท้า น่าเสียดายที่มันเพิ่งเริ่มจะเปลี่ยนสี ผสมผสานไปกับผืนป่าใหญ่ที่ยังคงเขียวขจี ป่าผืนนี้บ่งบอกถึงความเป็นป่าต้นน้ำ โดยมีขุนน้ำหลายสายให้ใช้ดื่มกินตลอดเส้นทางเป็นเครื่องพิสูจน์ ขุนน้ำเหล่านี้เป็นจุดกำเนิดต้นน้ำสำคัญหลายสาย ภายใต้เส้นทางเดินเท้าที่นุ่มเพราะเศษใบไม้ทับถมกันมานาน บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ไร้การมาเยือนของผู้คน

สงกรานต์บอกกับผมว่าปีนี้ยังไม่ได้ขึ้นมาที่นี่เลย มิน่าล่ะสภาพเส้นทางจึงค่อนข้างรก จนต้องตัดเส้นทางใหม่เพื่อหาเส้นทางเก่าให้เจอ ใช้เวลาภายใต้ผืนป่าดิบนับชั่วโมงทีเดียวกว่าจะออกสู่พื้นที่โล่ง สภาพธรรมชาติก็ปรับปเปลี่ยนไปกลายเป็นท้องทุ่งหญ้าและไร่ข้าวของชาวลัวะ คล้ายกับเส้นทางเดินเท้าทางปางวัวที่ผ่านมา วงจรชีวิตการเดินป่า ที่นี่เป็นเส้นทางเดินป่าแบบผสมผสานจริงๆ หนีไม่พ้น แม้กระทั่งบริเวณหลัก 35 ซึ่งใช้เป็นที่หลับนอน ก็ยังมีร่องรอยของการปล่อยวัวขึ้นมาเลี้ยงให้เห็น
สีสันระหว่างการเดินทางจากปางวัวขึ้นไปยอดภูเข้

ธรรมชาติรอบข้างบริเวณหลัก 35 แตกต่างจากหลัก 37 โดยสิ้นเชิง จากที่เคยถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าดิบ วันนี้ผมออกมายืนบนที่โล่งไร้เกราะกำลัง มีเพียงทะเลแห่งขุนเขาที่รายล้อมรอบตัว และเทือกภูแวเป็นกำแพงมหึมากั้นอยู่ด้านหน้าเป็นเพื่อน พร้อมกับดวงดาวที่ลอยเกลื่อนท้องฟ้า โมงยามของความรู้สึกช่างแตกต่างกันเสียจริงๆ ผมอยากบอกว่า หลัก 37 เหมือนหญิงสาวที่เรียบร้อยแฝงไว้ด้วยความงดงามภายใน ดูสบายตา แต่เป็นคนเก็บความรู้สึกนิดๆ กว่าจะเรียนรู้เธออาจต้องใช้เวลา ต่างจากสาวงามหลัก 35 ที่ดูเธอจะเป็นสาวมั่น แต่งกายด้วยสีฉูดฉาด มองเห็นสะดุดตาสนุกสนานร่างเริง แค่มองตาก็รู้ใจ ชอบแบบไหนเลือกเอาเอง แต่อย่าถามว่าชอบแบบไหน.. ผม นพดล และสงกรานต์ ตกลงกันแล้วว่าชอบทั้งสองแบบเลยครับ
น้ำตกรางจานบทเริ่มต้นของการเดินทาง ที่หน่วยจัดการต้นน้ำขุนน่าน
คู่มือนักเดินทาง
ภูเข้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นพื้นที่รอยต่อเขตแดนประเทศกับลาว ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเทือกภูแว ถือเป็นเส้นทางเดินป่าที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเต็มรูปแบบ การเดินขึ้นต้องใช้คนนำทางและลูกหาบ ตลอดจนระบบการจัดการของผู้ที่มีความชำนาญ โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 คืน 3 วัน เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับแนวเส้นทางในการเดิน

ความน่าสนใจของเส้นทางไม่ได้อยู่เพียงระดับความสูงบริเวณหลักเขตที่ 37 ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว 2,097 เมตร เท่านั้น แต่เป็นสภาพธรรมชาติที่มีความแตกต่างกันระหว่างท้องทุ่งหญ้ากับผืนป่าดิบที่ยังสมบูรณ์ ผสมผสานไปกับความงดงามของทิวเขาสลับซับซ้อนทั้งในเขตพื้นที่ประเทศลาวและไทย

ระยะทางในการเดินเท้า
เส้นทางเดินเท้าต้องขึ้นเขาสูงชันโดยตลอดจากหน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่านถึงหลักเขต 37 ใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 6-8 ชั่วโมง จากหลักเขต 37 ไปถึงหลักเขต 35 ใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 6-7 ชั่วโมง จากหลักเขต 35 ลงมาที่หน่วยจัดการต้นน้ำขุนน้ำน่าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ส่วนหนึ่งของเส้นทางเดินเท้าในช่วงแรก ก่อนที่จะเข้าสู่พื้นที่เขตป่าดิบ สภาพเส้นทางเดินเท้าจะชันตลอดจนถึงยอดภูเข้
สนใจเดินป่าในเส้นทางภูเข้า ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สงกรานต์ เขื่อนธนะ เจ้าของบ้านเฮือนฮอมและน่านทัวร์ริง โทรศัพท์ 081 9617711, 054 751 122 แฟกซ์ 054 751 199 www.nantouring.com หรือ
ติดต่อที่ ด.ต.ธนิต ธิมิตร โรงเรียน ตชด.บ้านสไล โทรศัพท์ 054 76022 2
ประสบการณ์การเดินทางร่วมกันที่ดีมักนำมาซึ่งความประทับใจเสมอ
Untitled Document
รู้จักน่านสักนิด...ก่อนมาเยือนน่าน..Let's go to Nan
• ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดน่าน  เยี่ยมชม แสดงความคิดเห็น จังหวัดน่าน
• น่าน ข้อมูลทั่วไปจังหวัดน่าน เดินทางแอ่วน่าน • อุทยานแห่งชาติ ดอยภูคา
• น่าน ประวัติศาตร์จังหวัดน่าน ประวัติศาสตร์น่านอันยาวไกล • อุทยานแห่งชาติ นันทบุร
• ท่องเที่ยว อำเภอเมือง ภูเพียง • อุทยานแห่งชาติ ขุนน่าน
• ท่องเที่ยว ท่าวังผา : ปัว • อุทยานแห่งชาติ ถ้ำสะเกิน
• ท่องเที่ยว ทุ่งช้าง : เชียงกลาง : เฉลิมพระเีกียรติ • อุทยานแห่งชาติ ขุนสถาน
• ท่องเที่ยว สองแคว : บ้านหลวง : บ่อเกลือ • อุทยานแห่งชาติ ศรีน่าน ดอยเสมอดาว
• ท่องเที่ยว สันติสุข : แม่จริม • อุทยานแห่งชาติ แม่จริม ล่องแก่งน้ำว้า
• ท่องเที่ยว เวียงสา : นาน้อย : นาหมื่น • วนอุทยาน ผาตูบ
• ด่านชายแดนห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ : ประตูสู่หลวงพระบาง • โปรแกรมทัวร์น่าน - หลวงพระบาง
• โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก เกสต์เฮาส์ จังหวัดน่าน • แผนที่น่าน : แผนที่เมืองน่าน
• ร้านอาหาร ของกิน จังหวัดน่าน • กาแฟน่าน ร้านกาแฟน่าน
• ช้อปปิ้ง ของฝาก โอทอป จังหวัดน่าน • รถเช่าน่าน : รวมรถเช่าน่าน รถเก๋ง รถตู้ รถบัสให้เช่าน่าน
• เทศกาลและงานประเพณีน่าน • สปาน่าน นวดแผนไทยน่าน
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นพิเศษ....
ทัวร์น่านหลวงพระบาง ทัวร์หลวงพระบางทางน่าน

• LAO01 ทัวร์น่าน – หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางเรือ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ผ่านเส้นทางสายใหม่ เมืองเงิน - ปากห้วยแคน ล่องแม่น้ำโขงสู่หลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน (เดินทางโดยเรือนำเที่ยว) : รับ - ส่ง ที่จุดนัดพบ จ.น่าน

• วันที่ 10-12 ธ.ค. 57 ท่านละ 6,500 บาท(เต็ม)
• วันที่ 31 ธ.ค. 57 - 2 ม.ค. 58 ท่านละ 6,900 บาท(เต็ม)
• วันที่ 16 - 18 ม.ค. 58 ท่านละ 6,500 บาท (เปิดจองแล้วคะ)

• LAO02 ทัวร์น่าน หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางรถ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ผ่านเส้นทางสายใหม่ เมืองเงิน - ปากห้วยแคน วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน (เดินทางโดยรถตู้นำเที่ยว)

• กรุ้ปส่วนตัว เดินทางตั้งแต่ 6 ท่านขึ้นไป สามารถกำหนดวันเดินทางได้เองคะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้คะ (ทริปปีใหม่ เต็มคะ)

ลานนาทัวร์ริ่ง : โทร. 086-345 3730, 087-579-3337, 054 - 765 222 แฟกซ์ 054-710195
สำนักงาน จ.น่าน : 202 หมู่ 1 บ้านท่าล้อ ตำบล ฝายแก้ว อำเภอภููเพียง จ.น่าน 55000

Your Travel We Care..