เที่ยวไปทั่ว..กับลานนาทัวร์ริ่ง
• ลานนาทัวร์ริ่ง LannaTouring
• ใบอนุญาตเลขที่ 21/00574
Tel : (HOT LINE)
086-3453730, 087-5793337
LINE No.
083-761 7040, 084 - 335-7175
Email/Skype
lannatouring@hotmail.com
เที่ยวกับลานนาทัวร์ิ่ริ่ง
• หน้าแรก ลานนาทัวร์ริ่ง
• ทัวร์โปรโมชั่น 2557
• ทีมงานลานนาทัวร์ริ่ง
ทัวร์โปรโมชั่น(แนะนำ)
• ทัวร์น่าน-หลวงพระบาง
(เส้นทางสายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบาง
(ผ่านเส้นทางน่าน-สายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบางเส้นทางน่าน
• เส้นทางหลวงพระบางทางน่าน
• ล่องเรือหลวงพระบางทางน่าน
• เที่ยวน่านหลวงพระบางทางรถ
ข้อมูลท่องเที่ยวน่าน
•เที่ยวน่านเมืองเก่า วัดภูมินทร์
•เที่ยวดอยภูคา หนองบัว ไทลื้อ
•เที่ยวห้วยโก๋นชายแดนลาว
•เที่ยวบ่อเกลือ เกลือภูเขา
•เที่ยวล่องแก่งน้ำว้าน่าน
•เทียวผาชู้ ดอยเสมอดาว
เที่ยวน่านกับ อสท.
ท่องเที่ยวน่านกับนิตยสารอสท.
• สองน่องท่องเมืองแฝด
น่านหลวงพระบาง
• ทางภูเขาเรื่องราวเมืองน่าน
• ภูเข้วิถีแห่งขุนเขา
ข้อมูลท่องเที่ยวไทย
ท่องเที่ยวไทยกับททท.
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
• ข้อมูลท่องเที่ยว ลาว
• ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียตนาม
 นครเว้...อดีตมหานครที่ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์เหวียน

• เมืองเว้ อดีตนครจักรพรรดิหรือพระราชวังที่จักรพรรดิยาลอง องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เหวียนเป็นผู้สถาปนาขึ้น เมืองแห่งนี้ได้รับการบันทึกไว้หลังจากอาณาจักรจามปาล่มสลายลง
   เดิมเมืองเว้นั้นเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศเวียดนาม อยู่ในความปกครองของขุนนางเหวียนฮวาง (Nguyen Hoang) ในแผ่นดินของราชวงศ์เล แต่ราชวงศ์ปกครองได้ไม่นานก็เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดนขึ้น ทางตอนเหนือตกไปอยู่ในการปกครองของขุนนางตริงห์ และทางตอนใต้ตกอยู่ในการปกครองของขุนนางเหวียน ต่อมาได้ขัดแย้งกันและได้เกิดสงครามขึ้นมา พี่น้องตระกูลเตยเซินก่อกบฏขึ้นและยึดเวียดนามได้ทั้งหมด เหวียนฉวางหรือที่คนไทยรู้จักพระองค์ในชื่อว่า องเชียงสือ ซึ่งเป็นผู้ปกครองเวียดนามใต้อยู่ในขณะนั้น จึงได้ลี้ภัยมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนานถึง 4 ปีแล้วกลับมาปราบกบฏลงได้ในปี พ.ศ. 2345 และรวบรวมดินแดนทางตอนเหนือและตอนใต้เข้าไว้ด้วยกัน โดยเรียกชื่อเสียใหม่ว่า เวียดนาม พร้อมกับสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิยาลองแห่งราชวงศ์เหวียนขึ้นปกครองเมืองเว้ซึ่งเป็นราชธานี
   แต่หลังจากที่พระเจ้ายางลองปกครองเวียดนามได้เพียง 33 ปี ฝรั่งเศสก็บุกเข้าโจมตีเมืองเว้ ในช่วงนี้จักรพรรดิผลัดกันขึ้นสู้บัลลังก์ในช่วงสั้นๆ การเดินขบวนต่อต้านฝรั่งเศสและการต่อสู้กับจักรพรรดินิยมถูกติดตามมาด้วยการยึดครองของญี่ปุ่นในมหาสงครามเอเชียบูรพาเมื่อปี พ.ศ. 2488 และในสิงหาคมปีเดียวกันนี้เองที่พระเจ้าเบ๋าได่ ได้สละราชสมบัติเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์เหวียน ต่อมาเมืองเว้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามใต้ตามการแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน และได้เสื่อมสลายลงภายใต้การปกครองของรัฐบาลโงดิงห์เดียม นครแห่งจักรพรรดิต้องประสบกับความเสียหายอย่างหนัก ระหว่างการบุกเข้าโจมตีของเวียดกงในช่วงเทศกาลเต็ดเมื่อปี พ.ศ. 2511 ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกเมืองในเวียดนามใต้ และเหตุการณ์ครั้งนั้นเองก็ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาถอนกองกำลังออกจากเวียดนาม และในที่สุดก็ทำให้เวียดนามเหนือลงมายึดเวียดนามใต้และรวมกันเป็นหนึ่งได้สำเร็จ
   แม้ว่าเมืองเว้จะได้รับความเสียหายจากพิษภัยของสงครามลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรืองของนครจักรพรรดิอยู่อีกไม่น้อยเช่นกัน แต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวน่าสนใจมากมายให้นักเดินทางได้เข้าไปเยี่ยมชม ตั้งแต่พระราชวัง สุสานจักรพรรดิ ตลอดตนแม่น้ำหอม แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านใจกลางเมืองและด้วยความเจริญรุ่งเรืองในอดีต โบราณสถานอันงดงามและทรงคุณค่า วัฒนธรรมที่มีแบบฉบับของตนเอง เว้จึงได้รับการยืนยันจากองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2536 สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมเยือนเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำหอมที่ไม่ได้สูญหายไปพร้อมกับกาลเวลาแห่งนี้

• สถานที่ตั้ง: เมืองเว้ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ เชื่อมโยงเขตอันอุดมสมบูรณ์อันกว้างใหญ่ขิงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางภาคใต้ และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงทางภาคเหนือ อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 12 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับลาวทางภาคตะวันตก อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามตั้งแต่ พ.ศ. 2345 - พ.ศ. 2488 และเมืองนี้ก่อตั้งโดยกษัตริย์ราชวงศ์เหวียน แม้ว่าความเก่าแก่จะไม่เท่ากับเมืองหลวงอย่างฮานอยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี แต่เมืองเว้กลับยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและโบราณสถานอันสง่างามไว้ได้อย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากชาวเวียดนามจะกล่าวว่า หากอยากรู้จักเวียดนามต้องมาเยือนเมืองนี้ โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอมที่ไหลผ่านกลางเมือง

การเดินทางจากประเทศไทย
• ทางรถยนต์ : จากตัวอำเภอในจังหวัดมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโดขงมายังแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว จากนั้นให้นั่งรถประจำทางบริเวณนั้นสถานีขนส่งแขวงสะหวัดนะเขต มาตามทางหลวงหมายเลข 9 ไปยังด่านลาวบ่าวพรมแดนประเทศเวียดนามระยะทาง 250 กิโลเมตร เข้าสู่ประเทศเวียดนาม จากนั้นนั่งรถอีก 160 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ก็จะถึงตัวเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม รวมระยะทางทั้งหมดจากจังหวัดมุกดาหารไปยังเมืองเว้ประมาณ 410 กิโลเมตร
• ทางอากาศ : ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินใดเปิดให้บริการสู่เมืองเว้ คุณต้องใช้บริการของสายการบิน พีบี. แอร์ เพื่อมาลงยังสนามบินนานาชาติดานัง ประเทศเวียดนาม จากนั้นต้องเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งเมืองดานัง ไปยังเมืองเว้ ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
• การเดินทางภายในเมืองเว้
• ทางบก : สำหรับพาหนะในการเที่ยวชมเมืองเว้ มีให้บริการอยู่หลายประเภทตั้งแต่ จักรยานที่มีให้เช่าตามโรงแรมใหญ่ๆ ราคาประมาณ 1 US$ ต่อวันเหมาะสำหรับผู้ที่จ้องการเที่ยวชมเมืองเว้ในบรรยากาศส่วนตัว ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นมีให้เลือกทั้งแบบ เหมาเช่าขี่เองในราคา 50,000-70,000 ดองต่อวัน หรืออาจจะเลือกใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่มีให้บริการอยู่ตามตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็สะดวกเช่นกัน ส่วนสามล้อถีบ หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า ซิโคล่ ดูจะเป็นพาหนะยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเวียดนาม เพราะคุณจะได้ชมทิวทัศน์ตัวเมืองอย่างใกล้ชิด โดยมีคนให้บริการปั่นอยู่ด้านหลังแนะนำให้ตกลงเรื่องสถานที่และเวลาให้เรียบร้อยก่อนออกเดิน
• ทางน้ำ : สำหรับท่านที่มาเยี่ยมเยือนเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำหอม สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดคือการได้นั่งเรือล่องแม่น้ำหอม มีให้เลือกทั้งโปรแกรมล่องเรือชมสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียนและเจดีย์เทียนมู่ ซึ่งค่อนข้างใช้เวลาในการเยี่ยมชมเพราะแต่ละแห่งอยู่ไกลกัน แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยอาจจะใช้บริการล่องเรือเพื่อชมวิวทิวทัศน์สองฝากฝั่งเพียงอย่างเดียวก็ได้
• ส่วนโปรแกรมท่องเที่ยวทางน้ำที่ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวคือการล่องเรือลำน้ำหอมที่มีให้บริการในยามเย็น โดยเรือจะไม่ล่องไปไกลเหมือนในตอนกลางวัน แต่จะล่องไปตามสายน้ำหอมเอื่อยๆ ท่ามกลางศิลปินนักร้องนักดนตรีที่มาบรรเลงเพลงพื้นเมืองให้ฟังกันสดๆด้วยเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม โดยเรือจะมีให้บริการอยู่บริเวณริมแม่น้ำหอมใกล้ๆกับสะพานข้ามแม่น้ำหอมที่อยู่ใจกลางเมือง

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในนครเว้
• นครจักรพรรดิ (Imperial Enclosure)
• การมาเที่ยวเมืองเว้ โปรแกรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการได้มาชมนครแห่งจักรพรรดิที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มรดกตกทอดอันยิ่งใหญ่และสวยงามของราชวงศ์เหวียน นครจักรพรรดิหรือพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ได้รับการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น จุดน่าสนใจของการเที่ยวชม หลังจากที่คุณข้ามสะพานเดินลองผ่านซุ้มประตูหรือกำแพงชั้นนอกเข้าไป จะได้พบกับ ซุนทานกง หรือ ปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ หมายถึงเทพ 5 องค์ ตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน ส่วนอีก 4 องค์ เป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง 4 ฤดูใน 1 ปี
• ถัดมาเป็นกำแพงเหลือง ซึ่งเป็นกำแพงชั้นกลางที่ล้อมรอบนครของจักรพรรดิ พระราชวัง วัด และสวนดอกไม้เอาไว้ ในส่วนนี้มีประตูทางเข้าที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม 4 ประตู ประตูที่สำคัญที่สุด คือ โหงะโมน หรือ ประตูเที่ยงวัน ที่สร้างขึ้นครั้งแรกด้วยหินแกรนิตในสมัยพระเจ้ามิงห์หม่าง
• เมื่อคุณผ่านลอดประตูชั้นที่สอง โดยข้ามสะพานน้ำทอง ซึ่งเคยถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิเท่านั้น คุณจะเจอกับพระราชวังไทเฮา อันเป็นวังที่สำคัญที่สุดในนครจักรพรรดิ ใช้สำหรับต้อนรับเชื้อพระวงศ์ระดับสูง และนักการทูตต่างประเทศ นอกจากนั้นราชสำนักยังใช้เป็นที่จัดงานฉลองสำคัญต่างๆ เช่นกัน
• ส่วนวัดวาอารามภายในกำแพงแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับขุนนางหลายคน วัดสำคัญคือ วัดเถเหมียว ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผู้ปกครองในราชวงศ์เหวียน ถัดมาส่วนในสุดของนครจักรพรรดิ คือ ตือกามแทงห์ หรือนครต้องห้ามของจักรพรรดิ ที่ถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์นั้น


• สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ เพราะเป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตก ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหวียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง
• ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาคุณขึ้นไปสู่สานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการใช้กระเบื้องสีปูพื้นจิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเสศในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน


•
สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก (Tomb of Tu Duc)
ที่ตั้ง : อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเว้
   สุสานของพระเจ้าตือดึ๊ก แม้จะมีตัวอาคารไม่มากนัก แต่ก็มีความสวยงามลงตัวของสถานที่ ซึ่งตามบันทึกกล่าวว่าพระองค์ได้ทรงออกแบบเองเกือบทั้งสิ้น สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2407 ใช้เวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยใช้แรงงานคนถึง 3,000 คน พระเจ้าตือดึ๊กเป็นโอรสของพระเจ้าเถี่ยวตรีจักรพรรดิองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์เหวียนที่ทรงครองราชย์นานถึง 36 ปี
   จุดเด่นน่าชมของสุสานแห่งนี้ คือ ตำหนัก 2 แห่งภายใต้อาคารไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเคียม อันรายล้อมด้วยดอกบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พระองค์ทรงใช้เวลาว่างในตำหนักแห่งนี้นิพนธ์บทกวีและพักผ่อนหย่อนใจด้วยการตกปลา ถัดมาที่ส่วนกลาวงของสุสานมีศิลาจารึกขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงพระเกียรติคุณและเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นในรัชสมัย และอาคารทรงโรงขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นโรงละครสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่วนตัวสุสานของพระองค์นั้นอยู่ด้านในสุด รายล้อมไปด้วยความร่มรื่นของทิวสน ต้นไม้ที่แสดงถึงความเป็นอมตะ เพราะมีต้นไม้เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่มีใบเขียวตลอดปี ชาวเวียดนามจึงนำไปเปรียบเทียบกับความเป็นอมตะขององค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน

• สุสานจักรพรรดิมินห์มาง (Tomb of Minh Mang)
ที่ตั้ง : บริเวณปากน้ำตาตรัคและหูตรัค ซึ่งเป็ฯสาขาของแม่น้ำหอมมาบรรจบกัน บริเวณหมู่บ้านบานเวียด
   การก่อสร้างสุสานแห่งนี้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2383 หรือ 1 ปี ก่อนสิ้นพระชนม์ และสำเร็จลงโดยพระเจ้าเถี่ยวตรี รัชทายาทของพระองค์ในปี พ.ศ. 2386 พระเจ้ามิงห์หม่างเป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ของพระเจ้ายาลอง และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 2 ในราชวงศ์เหวียน พระองค์ทรงสร้างนครจักรพรรดิและได้รับการยกย่องอย่างสูงจากการที่ทรงปฏิรูปขนบธรรมเนียมประเพณีและเกษตรกรรม พระองค์ทรงยึดมั่นในแบบแผนการบริหาร การปกครองตามแบบจีน โดยการให้หัวเมืองต่างๆ มาขึ้นตรงต่อราชสำนัก รวมทั้งนโยบายต่อต้านฝรั่งเศสและปราบปรามพวกนอกศาสนาอย่างรุนแรง ซึ่งนโยบายนี้เองที่ทำให้เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา
• การเที่ยวชม : จุดแรกของการเยี่ยมชม คือ บริเวณลานกว้างที่มีรูปสลักหินของเหล่าบรรดาช้าง ม้า ทหาร และขุนนาง ที่ตั้งเรียงรายอยู่ สองฟากฝั่งผลงานชิ้นยอดของช่างฝีมือนิรนามหลายคน ถัดเข้ามาเป็นศิลาจารึกที่ตั้งแท่นบูชาดวงพระวิญญาณ และพระตำหนักด้านในที่แวดล้อมไปด้วยบึงน้ำและสวนอันร่มรื่น ซึ่งจากพระตำหนักนี้เอง สามารถมองเห็นหลุมฝังพระศพเป็นเนินดินวงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยรั้วสูง แต่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าตำแหน่งของที่ฝังพระศพที่แน่นอนนั้นอยู่ตรงไหน เพราะไม่อนุญาตให้ผู้ใด นอกจากผู้ที่ทำการฝังพระศพเข้าไปและผู้ที่ทำการฝังพระศพนั้นจะต้องฆ่าตัวตายตามพระองค์ด้วยเพื่อเป็นข้าราชบริพารรับใช้พระองค์ในภพหน้า

• วัดเทียนมู่ (Thien Mu Pagoda)
   วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก

• อุโมงค์หวิงห์ม็อก
   อุโมงค์หวิงห์ม็อก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว 65 กิโลเมตร นับเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีเพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องในสมัยสงครามเวียดนาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพากันอพยพไปอยู่ในส่วนอื่นๆ ของประเทศ แต่ก็มีชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ที่ยังอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์คนรูแห่งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี นับจากปี พ.ศ. 2509-2514
   ภายในเครือข่ายอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า 2,000 เมตร นี้ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีทางเข้าออกทั้งหมด 13 ทาง แต่ละชั้นจะมีการสร้างเป็นห้องต่างๆ ทางซ้ายและขวา โดยชั้นแรกมีจุดเด่นน่าชมอยู่ที่ห้องที่ใช้คลอดเด็กทารกถึง 17 คน และชั้นที่สองเป็นส่วนที่ใช้ในการประชุมในสมัยสงคราม จากนั้นจะมีทางเดินลงสู่ชั้นที่ 3 ของอุโมงค์ ซึ่งค่อนข้างชันควรใช้ความระมัดระวัง อุโมงค์หวิงห์ม็อกสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี เพียงแต่ในฤดูฝนอาจจะมีความยากลำบากในการเดินทางสักหน่อย และควรนำไฟฉายติดตัวมาด้วยเพราะทางเดินภายในอุโมงค์ค่อนข้างมืด

• เขตปลอดทหาร DMZ (Demilitarized Zone)
   เขตปลอดทหาร DMZ เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ถูกกำหนดขึ้นในการประชุมที่กรุงเจนีวาในปี พ.ศ. 2497 หลังสิ้นสุดสงครามกับฝรั่งเศส ชายแดนนี้อยู่ตรงกับเส้นขนานที่ 17 พอดี ซึ่งมีแม่น้ำเบนไห่เป็นเส้นแบ่งเขตเวียตนามเหนือและเวียตนามใต้ออกจากกัน และมีสะพานเหล็กเหียนเลืองที่ทอดตัวยาวใช้เป็นตัวเชื่อม ตอนแรกเขตปลอดทหารนี้ ฝรั่งเศสตั้งใจจะแบ่งเวียตนามออกเป็นสองประเทศชั่วคราวจนกว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่การเลือกตั้งกลับไม่เคยมีขึ้น และเวียดนามก็ยังถูกแบ่งตามเส้นนี้จนกระทั่งเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้รวมกันอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2519
การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปอุโมงค์หวิงห์ม็อก ก่อนถึงอุโมงค์หวิงห์ม็อก คุณก็จะผ่านแม่น้ำเบนไห่และมีอนุสาวรีย์แม่ลูกซึ่งอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อสื่อความหมายแห่งการรอคอยของภรรยาและลูกน้อย รอยคอยการกลับมาของหัวหน้าครอบครัวที่ไปรบในสงครามปลดปล่อยเวียตนามเหนือ

• นั่งเรือมังกรล่องลำน้ำหอม
   แม่น้ำหอม หรือที่ชาวเวียดนามออกเสียงว่า ซงเฮือง กำเนิดมาจากบริเวณต้นน้ำที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอมและร่วงหล่นลอยมากับสายน้ำ แม่น้ำหอมเป็นแม่น้ำสายสั้นๆ น้ำจึงไม่ลึกแต่ใสสะอาด ไหลผ่านธรรมชาติที่งดงามสองฟากฝั่ง ทั้งแมกไม้ วัดวาอาราม รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน การนั่งเรือมังกรล่องลำน้ำหอมจึงนับเป็นโปรแกรมท่องธรรมชาติ มีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่ การล่องเรือไปตามลำน้ำเพื่อแวะขึ้นชมพระราชสุสานของเหล่าจักรพรรดิราชวงศ์เหวียน หรือล่องจากตัวเมืองเว้สู่วัดเทียนมู่เพื่อชมเจดีย์ 8 เหลี่ยม 7 ชั้น อันงดงาม ระหว่างทางคุณยังจะได้พบกับหมู่บ้านชาวน้ำให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ ชาวบ้านเหล่านี้ใช้เรือเป็นที่อยู่อาศัย มีอาชีพจับปลา ขุดทรายในแม่น้ำมาขายให้พ่อค้าคนกลาง ส่วนในยามเย็นนั้นนักท่องเที่ยวนิยมใช้เวลาหลังอาหารค่ำลงเรือล่องลำน้ำหอม โดยเรือจะไม่ล่องไปไกลเหมือนในตอนกลางวัน แต่จะปล่อยให้เรือล่องลอยไปตามสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ท่ามกลางศิลปินนักร้อง นักดนตรี ที่มาฟ้อนรำและบรรเลงเพลงพื้นบ้านให้ฟังกันสดๆ ซึ่งในอดีตการฟ้อนรำและการบรรเลงเพลงพื้นบ้านนี้ เป็นการเล่นถวายให้กับจักรพรรดิเท่านั้น

โรงแรม - รีสอร์ท - ร้านอาหาร เมืองเว้ : (TELEPHONE CODE 054)

• Century Riverside Hotel Hue : $79++ to $250++
49 Le Loi,
Tel: 823-390 Fax: 823-394
www.centuryriversidehue.com

• Festival Hue Hotel : $40 to $125
15 Ly Thong Kiet,
Tel: 823-071, Fax: 823-204
www.Festivalhuehotel.com.vn

• Green Hotel Hue : $79 to $229
2 Le Loi
Tel: 824-668, Fax: 824-527
www.greenhotel-hue.com

• Hue Heritage Hotel
9 Ly Thuong Kiet
Tel: 838-888, fax: 838-999
www.hueheritagehotel.com

• Huong Giang : $55 to $170
51 Le Loi, Tel: 822-122,
Fax: 823-102

• Imperial Hotel Hue : $95 to 1400
8 Hung Vuong
Tel: 882-222,882-211, Fax: 882-244
www.imperial-hotel.com.vn

• Lang Co Beach Resort : $55 to 170
Lang Co Town, Phu Loc Dist, Thua Thien Hue Provice
Tel: 873-555, Fax: 873-504

• Saigon Morin Hotel : $70 to $250
30 Le Loi,
Tel: 823-526, Fax: 825-155

• La Residence Hotel & Spa
5 Le Loi,
Tel: 837-475, Fax: 837-476
www.la-residence-hue.com

• Nguyen Hue hotel : $16 to $30
100 Nguyen Hue
Tel: 833-133, Fax: 833-598

• Orchid Hotel : $16 to $30
30 Chu Van An
Tel: 831-177/8 Fax: 831-213
www.orchidhotel.com.vn

• The Pilgrimage Village : $69++ to $169++
130 Minh mang
Tel: 885-461, Fax: 887-057
www.pilgrimagevillage.com

• Thanh Noi Hotel : $18 to $35
57 Dong Dung
Tel: 522-478, Fax: 527-211
www.vietnamtourism.com/thanhnoihotel

• Abalone Resort & Spa
Thuan An Town,Phu Vang District,
Tel : (84-54)856 967 Fax : (84-54)866 033
www.abaloneresorthue.com

FOOD & DRINK
•
Am Phu Restaurant
35 Nguyen Thai Hoc,
Tel: 825-259

• Tinh Gia Vien Restaurant
20/3 Le Thanh Ton,
Tel: 522-243

Untitled Document
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศ เวียดนาม (Vietnam)
• ข้อมูลทั่วไปเวียดนาม ข้อมูลเดินทางเวียดนาม แผนที่เวียดนาม • โรงแรม ที่พัก ร้านอาหารประเทศเวียดนาม
• ประวัติศาสตร์เวียดนามและเหตุการณ์สำคัญในเวียดนาม • ภาษาเวียดนาม : ซินจ่าวเวียดนาม
เวียดนามเหนือ
• ฮานอย • ซาปา
• ฮาลองเบย • เตียนเบียนฟ
เวียดนามกลาง
• นครเว • ฮอยอัน
• ดานัง • ทัวร์เวียดนามกลาง
เวียดนามใต้
• โฮจิมินห • ดาลัด
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นพิเศษ....
ทัวร์น่านหลวงพระบาง ทัวร์หลวงพระบางทางน่าน
• LAO01 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน น่าน (ทางเรือ) น่าน ด่านห้วยโก๋น เส้นทางสายใหม่ ท่าเรือปากห้วยแคน ล่องแม่น้ำโขงหลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปเรือกลับเรือ)

• วันที่ 3-5 มี.ค. 61 ท่านละ 6,900 บาท (เปิดจองแล้วค่ะ)
ทัวร์น่านหลวงพระบางทางรถ

• LAO02 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางรถ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ลาว เมืองเงิน หงสา ไชยะบุรี หลวงพระบาง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปรถกลับรถ)

• กรุ้ปส่วนตัว เดินทางตั้งแต่ 5-6 ท่านขึ้นไป สามารถกำหนดวันเดินทางได้เองค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 9,900 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ทุกวันค่ะ)

• LAO03 ทัวร์น่านหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน น่าน ด่านห้วยโก๋น เมืองเงิน ปากห้วยแคน ล่องเรือแม่น้ำโขงสู่หลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวง พระธาตุพูสี น้ำตกตาดกวางสี วังเวียง พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ประตูชัย เวียงจันทน์ หนองคาย

• สำหรับกรุ๊ปส่วนตัว 25 ท่านขึ้นไป
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 16,500 บาท

ลานนาทัวร์ริ่ง : โทร. 086-345 3730, 087-579-3337, 054 - 765 222 แฟกซ์ 054-710195
สำนักงาน จ.น่าน : 202 หมู่ 1 บ้านท่าล้อ ตำบล ฝายแก้ว อำเภอภููเพียง จ.น่าน 55000

Your Travel We Care..