หลวงพระบาง ตำนานเมืองหลวงพระบาง ประวัติเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง
เที่ยวไปทั่ว..กับลานนาทัวร์ริ่ง
• ลานนาทัวร์ริ่ง LannaTouring
• ใบอนุญาตเลขที่ 21/00574
Tel : (HOT LINE)
086-3453730, 087-5793337
LINE No.
083-761 7040, 084 - 335-7175
Email/Skype
lannatouring@hotmail.com
เที่ยวกับลานนาทัวร์ิ่ริ่ง
• หน้าแรก ลานนาทัวร์ริ่ง
• ทัวร์โปรโมชั่น 2557
• ทีมงานลานนาทัวร์ริ่ง
ทัวร์โปรโมชั่น(แนะนำ)
• ทัวร์น่าน-หลวงพระบาง
(เส้นทางสายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบาง
(ผ่านเส้นทางน่าน-สายใหม่)
ข้อมูลท่องเที่ยวหลวงพระบางเส้นทางน่าน
• เส้นทางหลวงพระบางทางน่าน
• ล่องเรือหลวงพระบางทางน่าน
• เที่ยวน่านหลวงพระบางทางรถ
ข้อมูลท่องเที่ยวน่าน
•เที่ยวน่านเมืองเก่า วัดภูมินทร์
•เที่ยวดอยภูคา หนองบัว ไทลื้อ
•เที่ยวห้วยโก๋นชายแดนลาว
•เที่ยวบ่อเกลือ เกลือภูเขา
•เที่ยวล่องแก่งน้ำว้าน่าน
•เทียวผาชู้ ดอยเสมอดาว
เที่ยวน่านกับ อสท.
ท่องเที่ยวน่านกับนิตยสารอสท.
• สองน่องท่องเมืองแฝด
น่านหลวงพระบาง
• ทางภูเขาเรื่องราวเมืองน่าน
• ภูเข้วิถีแห่งขุนเขา
ข้อมูลท่องเที่ยวไทย
ท่องเที่ยวไทยกับททท.
• สถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ
• ข้อมูลท่องเที่ยว ลาว
• ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา
ข้อมูลท่ิองเที่ยวประเทศลาว
เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ตำนานเมืองหลวงพระบาง

ตำนานเมืองหลวงพระบาง

แขวงหลวงพระบาง เดิมเป็นเมืองหลวงของลาว ในสมัยแรกเข้ามาอยู่สุวรรณภูมิ ภายหลังลาวแบ่งแยกออกเป็นหลายภาค หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงของลาวภาคเหนือ ตามรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวง ปัจจุบันเมืองหลวงพระบางยังเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ ซึ่งประชาชนเรียกองค์ท่านว่า “ สมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตแห่งพระราชอาณาจักรลาว”

เมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายติดฝั่งแม่น้ำโขง มีแม่น้ำคานไหลลงบรรจบแม่น้ำโขงตอนเหนือเมือง ณ ปากน้ำตรงนั้นมีวัดโบราณของลาว คือ วัดเชียงทอง ตามคำบอกเล่าของชาวลาวว่า เดิมเป็นบ่อทองคำ และมีต้นไม้ทองใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ภายหลังโค่นลงเสีย และเอาดินถมบ่อทองสร้างวิหารครอบไว้ มีหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งใหญ่มากเรียกว่า “ ก้อนชวา” ตั้งอยู่ไร่นาข้าวเจ้า ซึ่งราษฎรสมัยก่อนต้องทำนาข้าวเจ้าไปถวายให้กษัตริย์เสวย ทางทิศใต้เมืองหลวงพระบางประมาณ 2 กิโลเมตร มีหมู่บ้านหนึ่งเรียกบ้านสังคะโลก หมู่บ้านนี้เดิมเรียกว่า “ เชียงดง” เพราะมีมีแม่น้ำดงผ่าน ทุกปีมีงานสรงน้ำพระพุทธรูป กษัตริย์ชาวลาวทุกองค์ต้องเสด็จไปร่วมพิธีที่นั่น หมู่บ้านเชียงดงหรือสังคะโลกเวลานี้มีประมาณ 120 หลังคาเรือน

นามต่างๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกับนามเมืองหลวงพระบางสมัยแรก เพราะประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารเมืองเรียกชื่อเมืองหลวงพระบางต่างๆ กัน คือ บางฉบับเรียกว่า “ เชียงคงเชียงทอง” บางฉบับว่า “ เชียงดงเชียงทอง” บางฉบับว่า ดินแดนลาว พวกขอมอยู่ก่อน พวกละว้าหรือข่าเข้ามาอยู่ภายหลัง บางฉบับว่าพวกขอมอยู่ที่หลัง พวกละว้าหรือลั๊วะอยู่ก่อน

ไทยลาวเข้ามาภายหลังทั้งสองพวก แล้วขับไล่พวกนี้ไปอยู่ตามป่าตามเขา บางท่านว่านามผู้ปกครองเมืองหรือนามบุคคลซึ่งกล่าวถึงสมัยแรกตั้งเมืองหลวงพระบางเป็นนามขอม บางท่านว่าเป็นนามของพวกละว้า

ผู้ที่ทราบภาษาลาว ได้อ่านพงศาวดารภาษาลาวออก สอบถามชาวเมืองประกอบแล้วจะทราบได้ว่า นามเหล่านี้เป็นนามภาษาลาวเป็นส่วนมาก ดังนาม “ อ้ายเจตไหเมียชื่อนางเกล้าใหญ่” ในหนังสือพงศาวดารฝ่ายไทยเขียนไว้ ที่ถูกควรเป็น “ อ้ายเจ็ดไห” ตามสำเนียงภาษาลาวและอักษรลาวเขียนไว้ “ นางเก๊าใหญ่” มากกว่า เพราะภาษาลาวไม่ใช้อักษร “ ล.” หรือ “ ร.” กล้ำ คำว่า “ เกล้า” ภาษาไทยแปลว่า “ หัว” หรือ “ ขมวดผม” แต่คำว่า “ เก๊า” เป็นภาษาลาว แปลได้หลายอย่าง จะยืนยันลงไปว่า นามกษัตริย์สมัยแรกเป็นขอมเพราะมีชื่อเป็นขอมทั้งนั้นยังนับไม่ได้

ตามพงศาวดารล้านช้างว่า โอรสขุนบรมองค์ที่ 1 นามขุนลอ ไปตั้งเมืองบริเวณเมืองชะวา (คือเมืองหลวงพระบาง) ชั้นแรกเรียกว่า บ้านเซ่า คำว่า “ เซ่า” ภาษาลาวแปลว่า “ หยุด” หรือ “ พัก” อาจจะหมายความว่าขุนลอ ยกไพร่พลลงมาเห็นทำเลตรงนั้นเหมาะจะสร้างเป็นเมืองหลวงจึงหยุดพัก ชั้นแรกยังไม่ได้ตั้งชื่อเมือง คงเรียกกันว่าบ้านเซ่า ไปพลางก่อน ต่อมาพลเมืองหนาแน่นเข้า เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น เชียงดง เชียงทอง

หากเชียงดงเป็นนามเดิมของหมู่บ้านสังคะโลก ซึ่งมีน้ำดงไหลผ่านและเชียงทองนั้นหมายถึงปากแม่น้ำคานตอนไหลบรรจบแม่น้ำโขง ติดตัวเมืองหลวงพระบางทางเหนือและเป็นที่ตั้งวัดเชียงทองเวลานี้ คำว่า “ เชียงดงเชียงทอง” คงหมายถึง 2 เมืองติดกัน ต่อมาเมื่อได้เชิญพระบางมาจากเวียงจันทน์ ไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงดงเชียงทองแล้วจึงเปลี่ยนนามเมืองเป็น “ เมืองหลวงพระบาง” มาจนทุกวันนี้

พงศาวดารลาว ได้เล่าถึงเรื่องเมืองหลวงพระบางสมัยแรกดังนี้

“ นับแต่ขุนบูลม ลงมาตั้งเมืองหลุ่มได้ 205 ปี ขุนลอใหญ่มาได้ 23 ปี ก็ล่วงมาตั้งเมืองชะวาที่เชียงดงเชียงทอง อันเจ้ารัสสี (ฤาษี) แฮกหมายใส่หลักคำใส่หลักเงินไว้ ที่ก้อนก่ายฟ้าหั้นแล ยามนั้น ข่ากันฮางปู่มัน พระยานาคอยู่น้ำท่าผาติ่งสบอูหั้น ขุนลอจึงมาเลวแป้ (รบชนะ) ไล่เขาเมืองภูเลาภูคา จึงเป็นข่าเก่าบัดนี้แล อันนั้นแม่นข่ากันฮางแล

ยังมีคนชุมหนึ่ง แม่เขาชื่อนางกางฮีผีเสื้อ พ่อเขานั้นเป็นคนเอากัน เป็นผัวเมียจึงมีลูก เขาใส่ชื่อลูกผู้พี่นั้น ชื่อขุนเค็ด ผู้น้องชื่อขุนคาน เขาอยากมาตั้งที่เชียงดงเชียงทอง บุญเขาน้อยมาตั้งบ่ได้ เขาจึงไปตั้งที่เชียงงวด อัน เฮาว่าขึงมวกบัดนี้แล บ่อนหั้นเปนบ้านเมืองเขา ขุนลอจุงไปเลวเอาแต่นั้นเขาก็เอารี้พลมาฮอดท้านขันหั้น ขุนลอก็ไปเลวได้ชนกัน ขุนลอก็เลวแป้ (รบชนะ) ไล่ไป ก็ได้ขุนเค็ดขุนคานที่เชียงงวด ทั้งพ่อทั้งลูกเอาไปจมน้ำเสียที่ดอนสิงหั้นแล เชื้อแถวขุนคานก็พ่ายหนีไปลี้ซ่อนอยู่หั้นแล แต่นั้นเจ้าขุนลอก็คืนมาฮอดเชียงดงเชียงทอง แล้วคนทั้งหลายจึงราชาภิเษกให้เป็นเจ้าแผ่นดินหั้นแล ”

ตามข้อความข้างบน แสดงว่าเมืองชะวานั้นมีชนชาติข่านามว่า กันฮาง ตั้งบ้านตั้งเมืองอยู่ก่อน เมื่อขุนลอโอรสของขุนบรมเข้ามาก็ขับไล่พวกข่ากันฮางไปอยู่ตามป่า ตามภูเขาภูคา เป็นทาสของชาวลาวตราบทุกวันนี้ ยังมีชนพวกหนึ่งมีหัวหน้า 2 พี่น้อง ผู้พี่ขุนเค็ด ผู้น้องชื่อขุนคาน เป็นโอรสของนาง กางฮี ผีเสื้อ มีบิดาเป็นมนุษย์ ตั้งบ้านเมืองอยู่เชียงงวด (ขี้มวกหรือขึงมวก) ขุนลอยกไปรบชนะขับไล่พ่ายไป เป็นพระเจ้าแผ่นดินครองเมืองศรีสัตนาคนหุตอุตตมราชธานี โดยเอา “ งอนหมื่นหลวงเท่าสบโฮบเป็นหางนาค เอาสบคานและน้ำของก้ำ (เฉียง) เหนือเป็นหัวนาค จึงได้ชื่อว่าเมืองศรีสัตตนาคเพื่อดังนั้น อันชื่อเมืองล้านช้างนี้เอานิมิต จึงเรียกว่าเมืองล้านช้างเพื่ออั้นแล”

เมืองหลวงพระบาง จึงมีหลายชื่อ ชาวลาวปัจจุบันนิยมเรียกชื่อเดียวว่า เมืองหลวงพระบาง หมอมัคกิลวารีไปประเทศลาวเมื่อ พ.ศ. 2414 ได้เขียนไว้ว่า “ เมืองหลวงพระบางนี้มีลักษณะมั่นคงกว่าหัวเมืองไทยทั้งหลายที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ และเป็นเมืองต่างจากเมืองลาวทั้งปวง พลเมืองส่วนมากไม่ได้อยู่ในเมือง ทำเลการทำนาก็อยู่ห่างไกลเมืองออกไป ข้าวที่ส่งเป็นอาหารของชาวเมืองหลวงพระบางได้จากพวกชาวเขาที่ส่งส่วยเป็นภาษีประจำ เมืองนี้ตั้งอยู่บนฝั่งโขง มีเนินเขาอยู่ตรงกลางสูงประมาณ 200 ฟุต มีสถูปเจดีย์อยู่บนยอด ลำน้ำแม่คานไหลผ่านตัวเมืองออกไปบรรจบแม่น้ำโขง”

ตำนานเมืองหลวงพระบางตอนต้น เล่าว่า เดิมเมืองหลวงพระบางนั้นเป็นเมืองผีเสื้อหรือยักษ์ มีพญายักษ์ตนหนึ่งชื่อ นันทา เมียชื่อมหาเทวี ลูกลาวชื่อนางกางฮี (นางเมรี) เขาเจ้าผัวนางตายก่อนเมีย จึงไปเป็นพระยาอินทปัตเกิดลูกชื่อ เจ้าพุทธเสน (พระรถ) มาเอานาง กางฮี เป็นเมีย มีลูกชายผู้หนึ่งชื่อ ท้าวพิสี มีลูกหญิงผู้หนึ่งชื่อนางพิไสย

ผู้เฒ่าชาวเมืองหลวงพระบางเล่าให้ฟังว่า บิดาของนางกางฮีจำแลงกายไปท่องเที่ยว ไปพบหนุ่มน้อยเจ้าพุทธเสนเข้า อยากให้ธิดาของตนลิ้มรสเนื้อมนุษย์ จึงลวงให้เจ้าพุทธเสนไปบ้านเมืองของตน และเขียนหนังสือถึงนางกางฮีว่า “ ถ้าไปถึงกลางวันให้กินกลางวัน ถ้าถึงกลางคืนจงกินกลางคืน” ปิดผนึกมอบให้เจ้าพุทธเสนเดินทางไปหาลูกลาวของตน เจ้าพุทธเสนเอาจดหมายผูกติดเชือกแขวนคอแล้วเดินทางรอนแรมขึ้นเขาข้ามห้วยลำธาน อดๆ อยากๆ ครั้นเดินทางมาถึงริมฝั่งโขง ณ ภูเขาลูกหนึ่งเรียกว่ ผาตัดแก้ (เวลานี้เรียกกับแก้ อยู่ใต้หลวงพระบาง) ก็นอนหลับไป เทพารักษ์รักษาป่าถิ่นนั้นมาเห็นจดหมายผูกแขวนไว้ที่คอของเจ้าพุทธเสน ก็สงสัยจึงลอบเปิดอ่านดู ทราบความแล้วเกิดสงสารจะตายเปล่าไม่เข้าที จึงเขียนข้อความให้ใหม่ว่า “ ไปถึงกลางวันหรือกลางคืนให้เอาเฮ็ดผัว” ครั้นเจ้าพุทธเสนตื่นขึ้นมาเดินทางเข้าต่อไปถึงสวนแถน (เวลานี้อยู่ใต้เมือง) ณ สวนนี้มีมะม่วงมะนาวพูดได้ ชาวพื้นเมืองเรียก มะม่วงรู้หาว มะนาวรู้โห่ ได้พบปะกับนาง กางฮี มอบหนังสือให้ ได้เสียเป็นผัวเมียกัน ครอบราชสมบัติเมืองหลวงพระบาง จนสิ้นพระชนม์ กลายเป็นภูเขา 2 ลูก อยู่ฝั่งเชียงแมนซึ่งตรงกันข้ามกับหลวงพระบาง เรียกภูท้าว ภูนาง ปัจจุบันนี้สุสานที่ฝังศพกษัตริย์ของเมืองลาวอยู่ใต้ภูท้าว เรียกป่าช้าหนองเงิน ภูนางนั้นเป็นรูปผู้หญิงนอน มีศีรษะ คอ หน้าอก และมีสระอยู่ 3 สระ ชาวพื้นเมืองนับถือกันมากไม่มีผู้ใดกล้าไปตัดฟันต้นไม้หรือขุดดิน

ามแม่น้ำโขงนับจากใต้เมืองห้วยทรายลงมายังเมืองหลวงพระบาง และใต้หลวงพระบางลงไปสุดแดนของแขวงนี้ มีเกาะแก่งอันตรายร้ายแรงมากมาย แต่ละแก่งมีชื่อและประวัตินิยายอันน่ากลัว เช่น ผาย่าเฒ่าใต้ปากทา มีก้อนหินอยู่ริมน้ำเป็นรูปหญิงแก่สีขาว เล่าว่า แม่เฒ่าชาวข่ามุจะไปเมืองหลวงพระบาง ล่องเรืองมาเรือล่มจมน้ำตาย กลายเป็นหินรูปหินย่าเฒ่าอยู่ตรงนั้นตราบจนบัดนี้

มรดกโลกหลวงพระบาง

ในระหว่างปี พ.ศ. 2536-2537 องค์การยูเนสโกเข้ามาสำรวจหลวงพระบางตามข้อเสนอให้เมืองนี้ได้เป็นมรดกโลกด้วยชัยภูมิที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวของเมืองหลวงพระบาง และด้วยการที่ฝรั่งเศสย้ายศูนย์กลางการบริหารปกครองไปอยู่ที่เวียงจันทน์ ยังผลให้ราชธานีเก่าแก่อย่างหลวงพระบางคงบรรยากาศแบบโบราณเอาไว้ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ แม้ในยุคสงครามกลางเมืองอันยืดเยื้อ หลวงพระบางก็ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ แต่การคุกคาม ที่แท้จริงนั้นเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1990 เมื่อลาวเริ่มเปิดประเทศต้อนรับโลกภายนอกและการพัฒนาความเจริญอีกครั้ง โชดดีที่องค์การสหประชาชาติให้ความสนใจกับปัญหานี้และส่งคณะผู้แทนเข้ามาทำการสำรวจ รายงานที่ได้รับทำให้ยูเนสโกประกาศยกย่องให้หลวงพระบางเป็น “ เมืองที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดีที่สุดในเอเชียอาคเนย์” (The best preserved city in South-East Asia)

บริเวณเมืองเก่าหลวงพระบางระหว่างแม่น้ำโขงกับแม่น้ำคานบนพื้นที่ 2 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรวมวัดเชียงทอง หอพิพิธภัณฑ์ วัดใหม่สุวันนะพูมาราม และพระธาตุพูสี ได้รับการ “ ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก” ในการประชุมคณะกรรมกรมรดกโลกครั้งที่ 19 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 ด้วยเงินช่วยเหลือในการบูรณปฏิสังขรณ์และบำรุงรักษาโบราณสถานจากองค์การสหประชาชาติ เป็นเครื่องประกันอนาคตของหลวงพระบางได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายหลักของยูเนสโกคือ การคงบรรยากาศแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของหลวงพระบาง ตลอดจนอนุรักษ์สถาปัตยกรรมทั้งของลาวและฝรั่งเศส รวมถึงประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ไว้ ในปี ค.ศ. 1998 ยูเนสโกได้ว่าจ้างสถาปนิกฝรั่งเศสสองคนกับสถาปนิกลาวอีกห้าคน ให้เข้ามาปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ปัจจุบันพวกเขาได้คัดสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ออกมาได้มากถึง 700 แห่ง ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแบ่งแยกหมวดหมู่และทำเรื่องร้องขอการคุ้มครองจากทางการ นอกจากนี้ ยังห้ามการปลูกตึกสูงหรือการพัฒนาความเจริญใดๆ อันจะสร้างความเสียหายให้กับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมของเมืองหลวงพระบางอีกด้วย

การพิจารณาให้สถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นมรดกโลกนั้น คณะกรรมการมรดกโลกมีเกณฑ์การพิจารณา 6 ข้อ โดยสถานที่นั้นต้องผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 1 ข้อ แต่เมืองหลวงพระบางนั้น ผ่านเกณฑ์พิจารณาถึง 3 ข้อได้แก
• เกณฑ์ข้อที่ 1 : คือ หลวงพระบางถือเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านช้างมาแต่นับอดีต จวบจนปัจจุบันเมืองนี้ยังนับเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศลาวอยู่ และเป็นแหล่งของศิลปะรวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างที่โดดเด่นชัดเจน
• เกณฑ์ข้อที่ 2 : คือ หลวงพระบางมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลซึ่งยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ ถือเป็นแบบอย่างของเมืองซึ่งประกอบด้วยสถาปัตยกรรมยุคนี้ที่ชัดเจน • • เกณฑ์ข้อที่ 3 : คือ ทำเลของหลวงพระบางแสดงถึงภูมิปัญญาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ และสะท้อนวัฒนธรรมในการจัดสรรทรัพยากรซึ่งยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องมากระทั่งปัจจุบัน ความเป็นมรดกโลกของเมืองหลวงพระบางที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดคือ สถาปัตยกรรมของวัด และอาคารบ้านเรือนแบบโคโลเนียล

ห้องการมรดกโลกหรือตัวแทนของคณะกรรมการมรดกโลกประจำเมืองหลวงพระบางได้จัดแสดงนิทรรศการ “ เฮือนลาวแปดหลัง” หรือสถาปัตยกรรมอาคารแปดแบบ ที่ทำให้หลวงพระบางได้รับเลือกเป็นมรดกโลกไว้ที่ เฮือนมรดกเชียงม่วน กลางเมืองหลวงพระบาง

ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อไปเที่ยวหลวงพระบาง
• โดยทั่วไปวัฒนธรรมลาวก็คล้ายคลึงกับไทย ซึ่งทำให้ไม่ยากในการปรับตัวและเข้าใจ คนลาวชอบคนอ่อนน้อม มีมารยาทไม่ต่างจากไทย ผู้น้อยเคารพผู้อาวุโสกว่า เจอหน้าก็ยกมือไหว้กัน ซึ่งลาวเรียกว่า “ นบ ” แม้ปัจจุบัน ผู้ชายลาวจะนิยมใช้วัฒนธรรมตะวันตกด้วยการจับมือกัน แต่การไหว้ก่อนแล้วค่อยจับมือก็ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหาย

• ขอให้รำลึกอยู่เสมอว่ามารยาทไทย มารยาทลาวนั้น ไม่ต่างจากกันเท่าไร บางคนไปหลวงพระบางแล้ว ทำตัวตามสบายเหมือนนักท่องเที่ยวฝรั่ง นั่นอาจทำให้เจ้าบ้านรู้สึกอึดอัดใจได้ เพราะคนลาวมักเชื่อเสมอว่าลาวกับไทยนั้นยึดถือมารยาทแบบเดียวกัน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผิดมารยาทไปบ้าง คนลาวอาจให้อภัยว่าเป้นเพราะไม่รู้ แต่หากเป็นคนไทยเขาจะรู้สึกว่าเป็นการไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติกัน

• มารยาทในที่สาธารณะอย่างการจับมือถือแขนอาจไม่นักหนาแต่หากถึงขั้นโอบคอ โอบไหล่ กอดจูบกันนั้น ฝรั่งไม่ถือ แต่คนลาวถือเช่นเดียวกับคนไทย ขอให้ใช้ความเป็นไทยเวลาไปเที่ยวเมืองลาว ไม่จำเป็นต้องแสดงความเป็นสากลตามแบบนักท่องเที่ยวตะวันตก

• เวลาไปเที่ยวชมวัดวา แม้มิได้ไปทำบุญ แต่ควรระลึกถึงว่ากำลังเข้าไปในเขตพัทธสีมา สตรีห้ามนุ่งสั้น ไม่ว่ากระโปรงหรือกางเกง เพราะหากเป็นสตรีลาวยังต้องนุ่งซิ่นเท่านั้นจึงจะเข้าวัดได้ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอาจอนุโลมให้ใส่กางเกงขายาวแทนได้ เสื้อไม่ควรแขนกุด ประเภทสายเดี่ยวเกาะอก ไม่ควรนำไปด้วยเป็นดีที่สุด

• ส่วนสุภาพบุรุษ กางเกงต้องขายาว เสื้อสุภาพ ประเภทเสื้อกล้ามตัวบาง อย่างนักท่องเที่ยวฝรั่งนิยม ซึ่งชาวลาวเรียกว่า “ เสื้อห้อย ” นั้น ไม่ควรสวมเข้าวัด

• หากอยากไปทำบุญ ไม่ว่าที่วัดหรือการตักบาตรตอนเช้า สตรีควรเตรียมซิ่นหรือผ้าถุงไปด้วย แพรเบี่ยงสำหรับเป็นผ้ากราบผืนหนึ่ง หากไม่มีก็หาซื้อในหลวงพระบางได้ ส่วนผู้ชายไม่ยุ่งยากมากนัก มีเพียงกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตสีอ่อนหน่อย และผ้าพาดไหล่สักผืน ก็เป็นอันใช้ได้

• มารยาทในการถ่ายภาพเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องคำนึงถึง การถ่ายภาพอาคารบ้านเมืองหรือทิวทัศน์ไม่นับเป็นปัญหา แต่หากมีบุคคลเป็น “ เป้าหมาย ” นั้น ต้องคำนึงให้มากว่า กำลังเข้าไปรบกวน วุ่นวายกับชีวิตประจำวันของเขาหรือเปล่า การถ่ายภาพบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือพระสงฆ์สามเณร ควรขออนุญาตบุคคลนั้นก่อน การถ่ายภาพงานพิธีกรรมต่างๆ ต้องสอบถามเจ้าของงานหรือผู้อาวุโสในที่นั้นว่าสามารถถ่ายรูปได้ไหม ยิ่งเป็นพิธีกรรมที่จริงจังแล้วทางที่ดีไม่ควรใช้ไฟแฟลช เพราะจะรบกวนพิธีและสมาธิของผู้ร่วมพิธีได้

มุมถ่ายรูปภาพในเมืองหลวงพระบาง
• หากต้องการถ่ายรูปตัวเมืองหลวงพระบางยามเช้า มีพระธาตพูสีสุกอร่ามเมื่อต้องแสงแรกของวัน ต้องออกไปวัดที่วัดป่าโพนเพาแต่เช้า วัดนี้อยู่บนทางไปบ้านผานม ห่างจากศูนย์กลางเมืองราว 3 กิโลเมตร มีมุมสูงที่จะมองเห็นเมืองหลวงพระบางและพระธาตุพูสีได้กระจ่าง

• ภาพการตักบาตรตอนเช้าซึ่งเป็นรูปถ่ายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาหลวงพระบางก็เช่นกัน ควรเตรียมขาตั้งกล้องมาให้พร้อม เพราะสภาพแสงยามเช้าค่อนข้างน้อย การเข้าไปถ่ายภาพในระยะใกล้หรือใช้ไฟแฟลชขณะที่พระสงฆ์กำลังรับบิณฑบาตจากคนเฒ่าคนแก่นั้น คือการกระทำที่เสียมารยาทอย่างแรง

• ส่วนตอนเย็นบนพระธาตุพูสีเป็นมุมถ่ายรูปที่ดี ทางตะวันออกเห็นสายน้ำคานและพระธาตุโพนเพา โดยมีภูซวงเขียวขจีเป็นฉากหลัง ยามตะวันใกล้ลับก็สามารถ่ายภาพพระราชวังเดิมในแสงสุดท้ายได้ โดยมีแม่น้ำโขงและภูนางเป็นฉากหลัง

• แต่ถ้าจะถ่ายรูปทางทิศตะวันตกเหนือลำน้ำโขงให้สวย คุณต้องลงมาที่ริมน้ำโขง มีมุมถ่ายรูปงามๆ อยู่หลายจุด ที่รู้จักกันมากคือ วัดพะบาดใต้ แต่จะสวยในช่วงหน้าแล้ง ราวเดือนมีนาคม - เมษายน เพราะแม่น้ำโขงจะมีสันทรายงอกยาวสวยงามในบรรยากาศยามเย็น แต่ในหน้าน้ำจะไม่ค่อยมีจุดเด่นนัก ส่วนในเมืองมีอยู่สองจุดที่สวยใช้ได้ คือบริเวณหน้าร้านอานุเดด ริมถนนแคมของจากแยกตลาดเช้าเดินไปทางทิศใต้ราว 200 เมตร อีกจุดหนึ่งอยู่แถวเรือนพักกาลาว มีร้านกินดื่มเล็กๆ ชื่อแม่โขงสตาร์ มุมพระอาทิตย์ตกที่ร้านเป็นที่สวยงามมาก

Untitled Document
ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลาว (LAOS)
• ข้อมูลทั่วไปประเทศลาว แผนที่ลาว การเดินทางลาว • ภาษาลาว วันละคำ
• ประวัติศาสตร์ลาวและเหตุการณ์สำคัญในลาว • วางแผนเดินทางลาว เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับประเทศลาว
• เอกสารการเดินทางเข้าออกลาว วีซ๋าลาว • อาหารลาว ร้านอาหารลาว
• โรงแรมในประเทศลาวทั่วประเทศ • เทศกาลและงานประเพณีลาว
แขวงหลวงพระบาง (Luang Prabang) : เมืองหลวงพระบางมรดกโลก
• หลวงพระบาง : สบายดีหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก • ตำนานเมืองหลวงพระบาง เหตุผลที่หลวงพระบางได้มรดกโลก
• วัดเชียงทอง : สุดยอดสถาปัตยกรรมล้านช้าง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาท์หลวงพระบาง
• พระราชวังหลวง : พระบาง : พระธาตุพูสี • ร้านอาหาร ภัตตาคาร ที่กินในหลวงพระบาง
• น้ำตกกวางสี : น้ำตกตาดแซะ : ถ้ำติ่ง : หมู่บ้านผานม • อาหารพื้นบ้านตำรับหลวงพระบาง : สลัดผักน้ำ เอาะหลาม เฝอลาว
• วัดวิชุนราช : พระธาตุหมากโม : วัดอาฮาม(ปู่เยอย่าเยอ) • แหล่งชอปปิ้งหลวงพระบาง : ตลาดมืด : ตลาดดารา : บ้านซ่างไห
• วัดธาตุหลวง : วัดใหม่ : วัดแสนสุขาราม : วัดพระบาทใต • ตักบาตรข้าวเหนียวหลวงพระบาง
• เรือนมรดกโลกเชียงม่วน : ย่านบ้านเจ็ก • ปั่นจักรยานเที่ยวชมวัดวาอารามในหลวงพระบาง
• ตลาดเช้าหลวงพระบาง : ตลาดม้ง : กาแฟประชานิยมหลวงพระบาง • เส้นทางสายใหม่สู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านเส้นทางน่าน
 
แขวงนครเวียงจันทน์ (Vientiane) : เวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว
• นครเวียงจันทน์ : ข้อมูลเดินทาง แผนที่ ประวัติเมืองเวียงจันทน • เขื่อนน้ำงึม : แดนสวรรค์ของเวียงจันทน
• พระธาตุหลวง : ประตูชัย • เที่ยวรอบนอกเมืองเวียงจันทน์
• หอพระแก้ว : วัดศรีเมือง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเวียงจันทน
• วัดศีรษะเกศ : วัดองค์ตื้อ : อนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช • ร้านอาหารในเวียงจันทน
 
แขวงเวียงจันทน์ : วังเวียง (Vanvieng) กุ้ยหลินเมืองลาว
• วังเวียง : ข้อมูลเดินทาง แผนที่วังเวียง • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในวังเวียง
• ท่องเที่ยววังเวียง : กุ้ยหลินเมืองลาว • ร้านอาหารในวังเวียง
 
แขวงเชียงขวาง (Xieng Khouang) : ทุ่งไหหิน ทุ่งหินโบราณลี้ลับ
• เชียงขวาง : อดีตสมรภูมิสงครามอินโดจีน • เมืองคูน : เมืองหลวงเก่าแห่งเชียงขวาง
• ทุ่งไหหิน : ไหปริศนาที่รอคอยคำตอบ • โรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์ในเชียงขวาง
 
แขวงจำปาสัก (Champasak) : อดีตราชธานีแห่งลาวใต้
• ลาวใต้ : นครจำปาสัก : ปากเซ ข้อมูลเดินทาง แผนที่ลาวใต • น้ำตกตาดผาส้วม : อุทยานบาเจียง : หมุ่บ้านชนเผ่าลาว
• ปราสาทหินวัดภู : มรดกโลกสถาปัตยกรรมขอมโบราณ • มหานทีสี่พันดอน : แลนด์บริดจ์ฝรั่งเศส : หัวรถจักรโบราณ
• ที่ราบสูงบอละเวน : ไร่ชา : กาแฟลาวขึ้นชื่อ
• โรงแรม : ร้านอาหารเมืองปากเซ • ช้อปปิ้งลาวใต้ : ตลาดดาวเรือง : ตลาดปากเซ
 
แขวงพงสาลี(Phongsaly) : เหนือสุดเมืองลาว
แขวงหลวงน้ำทา (Luangnamtha) : เืมืองแห่งชนเผ่าไทลื้อ
• พงสาลี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงพงสาล • หลวงน้ำทา : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหลวงน้ำทา
แขวงสะหวันนะเขต (Savannakhet) : ชายแดนเมืองสวรรค์
แขวงบ่อแก้ว (ฺBokeo) : เมืองแห่งชายแดนไทย
• สะหวันนะเขต : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสะหวันนะเขต • บ่อแก้ว : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบ่อแก้ว
แขวงอุดมไชย (ฺOudomsay) : เมืองแห่งธรรมชาติ
แขวงไชยะบุรี (ฺSayaboury) : เมืองแห่งป่าไม้
• อุดมไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอุดมไชย • ไชยะบุรี : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงไชยะบุรี
แขวงหัวพัน (ฺHouaphanh) : เมืองแห่งสมรภูมิ
แขวงบริคำไชย (ฺBorikhamsay) : ประตูสู่ลาวใต้
• หัวพัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงหัวพัน • บริคำไชย : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงบริคำไชย
แขวงคำม่วน (ฺKhammouane) : เมืองแห่งผืนป่าิ
แขวงสาละวัน (ฺSaravane) : เมืองแห่งธรรมชาติและกาแฟ
• คำม่วน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงคำม่วน • สาละวัน : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงสาละวัน
แขวงเซกอง (ฺSekong): น้ำตกที่สูงที่สุดในลาว
แขวงอัตตะบือ (ฺAttapeu) : เมืองกลางหุบเขาชายแดนเขมร
• เซกอง : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงเซกอง • อัตตะบือ : ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงอัตตะบือ
Untitled Document
ทัวร์โปรโมชั่นพิเศษ....
ทัวร์น่านหลวงพระบาง ทัวร์หลวงพระบางทางน่าน
• LAO01 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน น่าน (ทางเรือ) น่าน ด่านห้วยโก๋น เส้นทางสายใหม่ ท่าเรือปากห้วยแคน ล่องแม่น้ำโขงหลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปเรือกลับเรือ)

• วันที่ 8 - 10 ก.ค. 60 ท่านละ 6,900 บาท (เปิดจองแล้วค่ะ)
ทัวร์น่านหลวงพระบางทางรถ

• LAO02 ทัวร์น่านหลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน (ทางรถ) น่าน ด่านชายแดนห้วยโก๋น ลาว เมืองเงิน หงสา ไชยะบุรี หลวงพระบาง วัดเชียงทอง น้ำตกตาดกวางสี พระราชวังหลวง หลวงพระบาง น่าน(ไปรถกลับรถ)

• กรุ้ปส่วนตัว เดินทางตั้งแต่ 5-6 ท่านขึ้นไป สามารถกำหนดวันเดินทางได้เองค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 9,900 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ทุกวันค่ะ)

• LAO03 ทัวร์น่านหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ 4 วัน 3 คืน น่าน ด่านห้วยโก๋น เมืองเงิน ปากห้วยแคน ล่องเรือแม่น้ำโขงสู่หลวงพระบาง ถ้ำติ่ง วัดเชียงทอง พระราชวังหลวง พระธาตุพูสี น้ำตกตาดกวางสี วังเวียง พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ประตูชัย เวียงจันทน์ หนองคาย

• สำหรับกรุ๊ปส่วนตัว 25 ท่านขึ้นไป
• ราคาเริ่มต้นท่านละ 16,500 บาท

ลานนาทัวร์ริ่ง : โทร. 086-345 3730, 087-579-3337, 054 - 765 222 แฟกซ์ 054-710195
สำนักงาน จ.น่าน : 202 หมู่ 1 บ้านท่าล้อ ตำบล ฝายแก้ว อำเภอภููเพียง จ.น่าน 55000

Your Travel We Care..