วัดธาตุหลวง วัดใหม่สุวรรณภูมาราม วัดแสนสุขาราม วัดพระบาทใต้ เมืองหลวงพระบาง
ข้อมูลท่ิองเที่ยวประเทศลาว
วัดธาตุหลวง : วัดใหม่สุวรรณภูมาราม : วัดแสนสุขาราม : วัดพระบาทใต้
วัดธาตุหลวง(วัดทาดหลวง) : "เจดีย์เก็บพระสรีรังคารของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์"
วัดทาดหลวง ตามตำนานกล่าวว่าวัดทาดหลวงสร้างขึ้นโดยสังฆฑูตของพระเจ้าอโศกมหราช ซึ่งเดินทางจากอินเดียมาเผยแพร่พุทธศาสนาในพุทธศตวรรษที่ 3 สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2361 ในรัชกาลพระเจ้ามันธาตุราช หน้าสิมด้านทิศเหนือมีเจดีย์สร้างขึ้นตั้งแต่พ.ศ.2363 โดยเจ้าหญิงปทุมมาพระธิดาของเจ้าอนุรุทราช ต่อมาใน พ.ศ.2508 ได้บูรณะเจดีย์เพื่อเป็นที่เก็บพระสรีรังคารของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ การบูรณะครั้งนี้ได้พบโบราณวัตถุหลายอย่างฝังอยู่ใต้ฐานเจดีย์ ปัจจุบันเก็บไว้ในหอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง
• ราวเทียนในสิมวัดทาดหลวง ภายในสิมวัดทาดหลวงมีราวเทียนไม้แกะสลักฝีมือเยี่ยมเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเจ้ามหาอุปราชบุญคงสร้างถวายในพ.ศ.2458
ทุกๆปีในวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งครบรอบวันสวรรคตของพระองค์ เชื้อพระวงศ์เก่าทั้งที่ยังอาศัยอยู่ในเมืองหลวงพระบางและจากต่างประเทศ จะกลับมาร่วมกันทำบุญที่วัดนี้
วัดใหม่สุวรรณภูมาราม "ที่ประทับของพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว"
วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกสั้นๆว่า วัดใหม่ ตั้งอยู่บนถนนศรีสว่างวงศ์ ใกล้กับพระราชวังหลวงพระบาง สร้างเมื่อปีพ.ศ.2337 ในสมัยพระเจ้าอนุรุทธราช ต่อมาในปีพ.ศ.2368 ตรงกับสมัยพระเจ้ามันธาตุราชได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดนี้ใหม่ ในพ.ศ.2437 สมัยพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ ได้อัญเชิญพระบางจากวัดวิชุนมาประดิษฐานที่วัดใหม่ แล้วใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าองค์พระบาง ต่อมาจึงอัญเชิิญไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวังหลวงจนปัจจุบัน

วัดใหม่เป็นวัดสำัคัญแห่งหนึ่งของหลวงพระบางนอกจากจะเป็นวัดซึ่งสมเด็จสังฆราชบุญทัน พระสังฆราชพระองค์สุดท้ายของลาวเคยประทับแล้ว ในช่วงสงกรานต์จะอัญเชิญพระบางจากหอพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบางมาไว้ทีวัดใหม่เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำ
• พระอุโบสถ สำหรับความโดดเด่นคือมีพระอุโบสถที่แตกต่างจากวัดอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังคาขนาดใหญ่ ที่มีชายคาปิดคลุมลงมาทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน ส่วนบนยอดหลังคาเป็นหน้าจั่วขนาดใหญ่ โดยมีหลังคาเล็กๆ ซ้อนอยู่อีกชั้น กลางหลังคาประดับช่อฟ้า ด้านหลังมีหอขวางสร้างขึ้นติดกันเชื่อว่ามาต่อเติมในภายหลัง และส่วนบริเวณระเบียงด้านหน้ามีอาคารคล้ายศาลาครอบอยู่โดยมีหลังคาติดกับหลังพระอุโบสถ

ส่วนภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปนับหมื่นแสนองค์บนผนังสีแดง และใจกลางอุโบสถประดิษฐานพระประธานลักษณะเป้นพระพุทธรูปทรงเครื่อง มีพระพักตร์งดงาม จัดเป็นกลุ่มพระพุทธรูปหลวงพระบางแบบหนึ่ง

ส่วนบริเวณด้านนอกตรงข้ามพระอุโบสถมีอาคารหลังเล็กๆ เรียกว่า อูปมุง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดค่อนข้างใหญ๋
• บานประตูสิมวัดใหม่ บานประตูเป็นฝีมือแกะสลักไม้แบบเชียงขวาง ด้านข้างเป็นลวดลายแกะสลักเรื่องพระเวสสันดร โดยฝีมือของเพี้ยตันศิลปินแห่งชาติของลาว ซึ่งมีฝีไม้ลายมือโดดเด่นด้านการแกะสลักไม้ รูปแบบงานแกะสลักของเพียตันได้รับการยกย่องให้เป็นสกุลช่างสายหนึ่งของงานศิลปะลาว
• ผนังพระอุโบสถ ตกแต่งด้วยภาพลงรักปิดทองสีเหลืองอร่ามตาตลอดแนวผนัง โดยเล่าเรือ่งพระเวสสันดรชาดกฝีมือช่างเพียตัน มีทั้งรูปสัตว์ต่างๆ และเทวดา
วัดแสนสุขาราม "พระพุทธรูปปางเปิดโลกองค์เดียวในหลวงพระบาง"
วัดแสนสุขาราม หรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกว่ "วัดแสน" ตั้งอยู่บนถนนศรีสว่างวงศ์ทางไปวัดเชียงทอง ภายในตัวเมือง ใกล้กับวัดสบลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2261 ในสมัยพระเจ้ากิ่งกิดสะราช ตามประวัติเล่าว่่า ชื่อของวัดมาจากเงินจำนวน 100,000 กีบ ที่มีผู้บริจาคให้เป็นทุนเริ่มสร้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังที่นครหลวงพระบางแยกออกจากนครเวียงจันทน์ได้ 11 ปี โดยวัดแสนได้รับการบูรณะ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปีพ.ศ.2475 ครั้งที่สองในปี พ.ศ.2500 ซึ่งเป็นการบูรณะครั้งใหย่ มีการประดับดอกดวงทำด้วยมุกประดับทองคำที่สวยสดงดงามตามระเบียงและพัทธสีมา ศิลปะการตกแต่งนี้เป็นสกุลช่างหลวงพระบางในศตวรรษที่ 20
• พระพุทธรูปปางเปิดโลก อยู่ในหอพระยืนติดกับโรงเก็บเรือแข่ง พระพุทธรุปเป็นแบบเดียวกับพระอัฎฐารสที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย คนหลวงพระบางเรียกพระพุทธรูปนี้ว่า "พะเจ้า18ศอก" เนื่องจากมีความสูงวัดได้ 18 ศอก มีพระพักตร์ที่งดงามผ่องแผ้ว และหอรอยพระพุทธบาทจำลองด้านข้างหอพระยืน
• อุโบสถหรือสิมวัดแสนสุขราม สิมของวัดแสนตกแต่งลวดลายลงรักปิดทองสวยงาม ตัวสิมจัดเป็นศิลปะแบบหลวงพระบางตอนกลางศตวรรษที่ 20 สังเกตได้จากเสาแปดเหลี่ยม และยอดเสารูปกลีบบัว ส่วนผนังภายในสิมตกแต่งด้วยการเขียนภาพสีทองลงบนพื้นแดง โดยตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานพระประธานหรือพระองค์หลวง สร้างให้วัดแห่งนี้มีความสวยงามและน่าสนใจไม่น้อย
วัดพระบาทใต้ "รอยพระพุทธบาท"
วัดพะบาทใต้ อยู่ชานเมือง เลยจากวัดทาดหลวงไปทางใต้ตรงหัวมุมถนนพูว่าว เดิมเป็นวัดเก่า สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.1938 สมัยพระเจ้าสามแสนไห สิมดั้งเดิมเป็นศิลปะแบบล้านนา แต่ครั้นปฏิสังขรณ์ในปีพ.ศ.2503 สมาคมชาวญวณเป็นเจ้าศรัทธา จึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นเวียดนามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน บางครั้งชาวบ้านจึงเรียก "วัดญวณ" หรือ "วัดพะบาทใต้" เพื่อให้ต่างจากวัดสีพุดทะบาด ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเชิงพูสี

วัดพะบาทใต้อยู่ติดแม่น้ำโขง รอยพระพุทธบาทอันเป็นที่มาของชื่อวัดอยู่ตรงบันไดทางลงท่าน้ำ มีอุโมงค์ครอบไว้ชั้นหนึ่ง หากเป็นช่วงหน้าน้ำรอยพระพุทธบาทจะจมอยู่ใต้สายน้ำโขง แต่ผู้มาเที่ยววัดพะบาทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการชมพระอาิทิตย์ตกกลับฝั่งโขงมากกว่า
• ชมอาทิตย์ตกวัดพะบาท ในช่วงฤดูแล้งหาดทรายของแม่น้ำโขงหน้าวัดพะบาทใต้จะมีความงดงาม โดยเฉพาะช่วงตะวันตกดิน นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดีที่สุดแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง