วัดวิชุนราชหลวงพระบาง พระธาตุหมากโม ปู่เยอย่าเยอ เที่ยวหลวงพระบาง
ข้อมูลท่ิองเที่ยวประเทศลาว
วัดวิชุนราช : พระธาตุหมากโม : วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอ หลวงพระบาง
วัดวิชุนราช : "วัดอันเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง"
ที่ตั้ง ที่ตั้ง ถนนวิชุนราช ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง

ในบรรดาวัดทั้งหมดในเมืองหลวงพระบางเป็นต้องยกนิ้วให้วัดวิชุนในเรื่องมีความแปลกที่พระธาตุรูปร่างโค้งมนเหมือนผลแตงโม และเจดีย์รูปทรงแปลกตานี้เอง ที่กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรมของลาวยกให้มีความสำคัญและความโดดเด่นของวัดวิชุน
• วัดวิชุนราชนี้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ สร้างโดยพระเจ้าวิชุนราชในปีพ.ศ. 2057 และตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์เอง นสมัยฮ่อบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง วัดวิชุนถูกพวกฮ่อเผาทำลาย จนรัชสมัยพระเจ้าสักกะรินจึงได้บูรณะวัดนี้ขึ้นใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2457 โดยมี อองรี มาร์แซล นายช่างฝรั่งเศสผู้เคยบูรณะนครวัดเป็นแม่งาน เนื่องจากที่นี่เคยเป็นหอพิพิธภัณฑ์มาก่อนที่จะย้ายหอพิพิธภัณฑ์ไปที่พระราชวังเดิม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
• พระอุโบสถ หรือที่ชาวลาวเรียกว่าสิม เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบาง ตัวอุโบสถมีรูปทรงอาคารไทลื้อสิบสองปันนา ซึ่งมีจุดเด่นคือส่วนคอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไป ส่วนบนหลังคาประดับด้วยโหง่(หรือช่อฟ้าแบบไทย) ตรงกลางหลังคามีช่อฟ้า เป็นรูปปราสาทยอดฉัตรเล็กๆ ลดหลั่นหลายชั้น หน้าต่างพระอุโบสถประดับด้วยลูกมะหวด บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทอง มีรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม และพระอินทร์ ศิลปะแบบเชียงขวาง ระเบียงด้านหน้าที่หันอออกสูพระธาตุหมากโมมีชายคาใหญ่ยื่นลงมาคลุม ทำให้สิมแบบนี้ไม่มีหน้าบัน ด้านข้างสิมมีทางเดินเชื่อมระหว่างวัดวิชุนกับวัดอาฮาม ตรงรอยต่อของเขตพัทธสีมาเป็นซุ้มประตูโขง อันเป็นลักษณะของวัดแบบล้านนาและล้านช้างในอดีต ซุ้มประตูโขงที่วัดวิชุนนี เก่าแก่ที่สุดในบรรดาประตูโขงทั้งหลายที่ยังเหลืออยู่ในหลวงพระบาง นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่และโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ภายในหลวงพระบางอีกด้วย
• พระประธานหรือพระองค์หลวงในพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ด้านหลังพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบาง เช่นพระพุทธรูปสำริด พวกไม้จำหลักลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทองสูงเท่าคนจริงจำนวนมาก
ค่าเข้าชม 20,000 กีบ (ประมาณ 40 บาท)
เปิดเวลา 07.00 –17.30 น.
วัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
ล่องเรือไปหลวงพระบางเข้าเส้นทางจังหวัดน่าน ล่องแม่น้ำโขง
วัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุหมากโม "พระธาตุทรงแตงโมผ่าครึ่ง"
พระธาตุหมากโม (หมากโม หมายถึง แตงโม) เป็นเจดีย์ปทุมหรือพระธาตุดอกบัว แต่ชาวลาวทั่วไปเรียกว่า พระธาตุหมากโม เนื่องจากเห็นว่ามีรูปทรงคล้ายแตงโมผ่าครึ่งหรือทรงโอคว่ำ คล้ายสถูปฟองน้ำที่สาญจี ประเทศอินเดีย ยอดพระธาตุมีลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย บริเวณมุมฐานชั้นกลางและชั้นบนมีเจดย์ทิศทรงดอกบัวตูมทั้งสี่มุม

พระนางพันตีนเชียง มเหสีของพระเจ้าวิชุนราช ซึ่งเป็นชาวพวนเมืองเชียงขวาง โปรดให้สร้างพระธาตุหมากโมขึ้นในปี พ.ศ.2057 ในอดีตพระธาตุหมากโมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ แต่ต่อมาได้มีการย้ายไปประดิษฐานที่หอพระบาง ซึ่งพระธาตุหมากโมเึคยถูกปฏิสังขรณ์มาแล้ว 2 ครั้ง ในปีพ.ศ.2402 รัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตสักรินทร์(คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ อีก 19 ปีต่อมา ในปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์มีการปฎิสังขรอีกครั้ง ซึ่งการบูรณะครั้งนี้พบโบราณวัตถุมากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากแก้วซึ่งคล้ายกับพระแก้วมรกต โบราณวัตถุเหล่านี้ได้นำถวายเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และได้เก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงพระบางจวบจนปัจจุบัน
พระธาตุหมากโมวัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุหมากโมวัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุหมากโมวัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระธาตุหมากโมวัดวิชุนราชหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดอาฮาม "หอเสื้อเมืองปู่เยอย่าเยอ"
วัดอาฮาม เป็นวัดเล็กๆ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บชุด "ปู่เยอย่าเยอ" อยู่ติดกับวัดวิชุน สร้างโดยพระเจ้ามันธาตุราชเมื่อประมาณ พ.ศ.2361 ตรงบริเวณที่เจ้าฟ้างุ้มตั้งหอเสื้อเมือง เมื่อครั้งสถาปนานครศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว จุดที่ตั้งวัดจึงถือว่าเป็นสะดือเมืองของเมืองหลวงพระบาง เดิมชื่อว่าบ้านหอเสื้อเมือง มาสมัยพระเจ้าโพธิสะราชได้รื้อศาลพีทั้งหลายในเมืองหลวงพระบางจนหมดสิ้น เพื่อให้คนลาวเลิกนับถือผี ภายหลังจึงสร้างขึ้นใหม่ที่ด้านข้างสิมเพื่อเป็นที่เก็บชุดปู่เยอย่าเยอ (จะนำออกมาเฉพาะช่วงงานบุญเดือนห้าหรือปีใหม่ลาวเท่านั้น) เมื่อสร้างวัดอาฮามขึ้นแล้วจึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านอาฮาม

ปู่เยอย่าเยอ "เทวดาหลวงอารักษ์เมืองหลวงพระบาง" ซึ่งเป็นที่นับถืออย่างสูงของชาวลาวทั่วไป

ตำนานของ ปู่เยอ ย่าเยอ นั้นเป็นผู้มีบุญคุณกับคนลาวมาก เล่ากันว่า นานมาแล้วมีเมืองหนึ่งชื่อ เมืองแถน เกิดอาเพทมีภูเขาลูกหนึ่งเติบโตได้ ภูเขาลูกนี้ได้โตขึ้นและสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเมืองสวรรค์เป็นเหตุให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถสาดส่องลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผืนดินได้ ผู้คนในเมืองแถนต่างก็ได้รับเดือดร้อนจากความหนาวเย็น พระยาขุนบรม เจ้าเมืองแถนจึงได้เรียกบรรดาเสนาอำมาตย์ มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรจึงตัดภูเขาที่สูงใหญ่นี้ได้ ปรึกษากันแล้วไม่มีใครสามารถทำการนี้ได้ ก็เลยตกลงใจประกาศหาอาสาสมัครให้ไปตัดเทือกเขานี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครอาสา ในที่สุดก็มีสองเฒ่าผัวเมีย ชื่อ ปู่เยอ ย่าเยอ เข้ามาอาสาไปตัดเขาลูกนี้เอง พระยาขุนบรมดีใจเป็นยิ่งนัก ที่ลงประกาศไปแล้วมีคนมารับอาสา ถึงแม้ว่าในใจจะไม่คาดหวังว่าสองตายายที่แก่เฒ่าจะไปทำการตัดเขานี้จะสำเร็จหรือไม่

พระยาขุนบรมชื่นชมในความกล้าหาญของสองตายาย จึงประกาศว่า จะประทานให้ทุกสิ่งตามที่สองตายายขอมา ดังนั้นเมื่อก่อนที่ทั้งสองจะอำลาไปตัดเขา สองตายายก็ทูลขอไว้อย่างหนึ่งว่า ถ้าพวกตนปฎิบัติงานนี้จนสำเร็จ แต่เกิดเสียชีวิตลง ขอให้ประชาชนทุกคนอย่าได้ลืมชื่อของพวกตน ว่าแล้วสองตายาย ก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาสูงและลงมือใช้ขวานยักษ์ตัดเขาลูกนี้ทันที ปู่เยอ ย่าเยอ ใช้เวลาตัดภูเขาเป็นเวลา 3 เดือน กับอีก 3 วัน จนในที่สุดภูเขาลูกนี้ก็โค่นพังทลาย แสงสว่างและความอบอุ่นก็กลับคืนสู่เมืองแถนตามเดิม แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ ภูเขาลูกนี้ได้ล้มลงทับปู่เยอ ย่าเยอ ตายทันที ทำให้ชาวบ้านศรัทธาเฒ่าทั้งสองสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อชาวบ้านจะกินข้าว จะทำการสิ่งใด มักเรียกหาสองเฒ่านี้ด้วยคำว่า “ ปู่มาเย้อ ย่ามาเย้อ ” “ ปู่กินเย้อ ย่ากินเย้อ ” ก่อนเสมอ และจะทำการสักการบูชาทุกปี

ในขบวนแห่วอจะเห็นชุดปู่เยอย่าเยอมีหน้ากลมๆ ขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้ประดู่ทาสีแดง ตามตัวมีขนยาวรุงรังทำจากปอ และมีตัว “ สิงแก้ว ” เป็นสัตว์เลี้ยง ชุดปู่เยอย่าเยอและสิงแก้วนี้เป็นของที่ตกทอดคู่เมืองมาแต่โบราณ และมีการซ่อมแซมกันมาตลอด เพราะทุกปีปู่เยอย่าเยอมักถูกชาวบ้านดึงขนออกไปคนหยิบสองหยิบ คนหลวงพระบางถือเคล็ดว่าถ้าใช้ขนของปู่เยอย่าเยอผูกข้อมือให้เด็ก จะช่วยป้องกันภูตผีและสิ่งชั่วร้ายไม่ให้มากล้ำกรายเด็กได้ เด็กคนไหนชอบร้องไห้ พ่อแม่จะหาขนของปู่เยอย่าเยอมาผูกข้อมือให้

ผู้ที่เล่นเป็นปู่เยอย่าเยอและสิงแก้ว ต้องมาจากคนในสายมูลเชื้อเดียวกัน ซึ่งสืบทอดมาแต่อดีต ทั้งยังต้องทำพิธีเซ่นไหว้และครอบครูกันทุกครั้งก่อนสวมชุด ปู่เยอย่าเยอมีบทบาทในพิธีกรรมช่วงบุญปีใหม่มาก ต้องร่วมในขบวนแห่วอ ทั้งขาไปวัดเชียงทอง และกลับวัดมะหาทาด ต้องอยู่ในขบวนแห่พระบางออกจากหอพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งเป็นผู้ขึ้นสรงน้ำพระบางเป็นคู่แรกในปะรำ ณ วัดใหม่ ปู่เยอย่าเยอจึงเป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนบรรพบุรุษของชาวลาวทั้งหมด
วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอหลวงพระบาง ประเทศลาว
วัดอาฮาม ปู่เยอย่าเยอหลวงพระบาง ประเทศลาว